
ทรัมป์ลั่นข้อตกลงหยุดยิงอิหร่านสิ้นสุดแล้ว แต่ยังเปิดโต๊ะเจรจา
ทรัมป์เผยสหรัฐฯ ตกลงเดินหน้าเจรจากับอิหร่านตามคำร้อง แต่ย้ำข้อตกลงหยุดยิงสิ้นสุดแล้ว ขณะกาตาร์-โอมานเร่งไกล่เกลี่ยวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซ
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เปิดเผยว่า สหรัฐฯ และอิหร่านเห็นพ้องที่จะเดินหน้าการเจรจาต่อไป แม้สถานการณ์ความขัดแย้งจะทวีความรุนแรงขึ้นอีกครั้งในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา พร้อมประกาศชัดเจนว่าข้อตกลงหยุดยิงระหว่างทั้งสองฝ่ายที่บรรลุเมื่อเดือนก่อน "สิ้นสุดลงแล้ว"
ทรัมป์โพสต์ผ่าน Truth Social ระบุว่า อิหร่านได้ร้องขอให้มีการเจรจาต่อ และสหรัฐฯ ตอบรับข้อเสนอดังกล่าว แต่ได้แจ้งต่อเตหะรานอย่างชัดเจนว่า "การหยุดยิงได้ยุติลงแล้ว"
คำประกาศดังกล่าวมีขึ้นหลังเหตุการณ์ปะทะรอบใหม่ในอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งเรือบรรทุกน้ำมันเชิงพาณิชย์ของกาตาร์และซาอุดีอาระเบีย 3 ลำถูกโจมตี ส่งผลให้สหรัฐฯ เปิดปฏิบัติการโจมตีเป้าหมายทางทหารในอิหร่าน ขณะที่อิหร่านตอบโต้ด้วยการยิงโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในประเทศแถบอ่าว
อย่างไรก็ตาม ตลอดวันศุกร์ยังไม่มีรายงานการโจมตีเพิ่มเติม ขณะที่ประเทศผู้ไกล่เกลี่ยในภูมิภาคพยายามผลักดันการเจรจาเพื่อยุติสงครามที่ดำเนินมาตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ และส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตหลายพันคน รวมถึงสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อเศรษฐกิจและตลาดพลังงานโลก
ด้านนายโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ผู้แทนเจรจาระดับสูงของอิหร่าน ระบุว่า สงครามจะไม่มีวันจบลงด้วยการที่อิหร่านยอมจำนน พร้อมยืนยันว่าเตหะรานพร้อมดำเนิน "การป้องกันเต็มรูปแบบ" หากสหรัฐฯ ละเมิดบันทึกความเข้าใจที่ทั้งสองฝ่ายทำไว้เมื่อเดือนก่อน
แหล่งข่าวเปิดเผยว่า ผู้แทนจากกาตาร์กำลังหารือกับเจ้าหน้าที่อิหร่านเพื่อคลี่คลายความตึงเครียดและหารือเรื่องการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่นายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน มีกำหนดเดินทางเยือนโอมานเพื่อหารือด้านความสัมพันธ์ทวิภาคีและสถานการณ์ในภูมิภาค โดยเฉพาะประเด็นช่องแคบฮอร์มุซ
แม้ราคาน้ำมันโลกปรับลดลงเล็กน้อยในวันศุกร์ แต่ยังมีแนวโน้มปิดสัปดาห์ในแดนบวกประมาณ 5% จากความกังวลเกี่ยวกับความมั่นคงด้านพลังงานและเส้นทางขนส่งน้ำมัน ขณะที่ตลาดพันธบัตรสหรัฐฯ เผชิญแรงกดดันจากความเสี่ยงที่ราคาพลังงานจะผลักดันเงินเฟ้อให้สูงขึ้น
ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลวราว 20% ของโลก ยังคงเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ โดยปริมาณเรือบรรทุกน้ำมันที่ผ่านเส้นทางดังกล่าวชะลอตัวลงหลังเหตุโจมตีในสัปดาห์นี้ แม้ว่าก่อนหน้านี้การเดินเรือจะฟื้นตัวแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นก็ตาม
ขณะเดียวกัน สหรัฐฯ ยังคงยืนยันว่าประตูสู่การเจรจาทางการทูตยังเปิดอยู่ โดยระบุว่าการเจรจาเป็นแนวทางที่ต้องการมากที่สุดในการแก้ไขข้อกังวลเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน แม้อิหร่านยังคงปฏิเสธว่าไม่ได้มุ่งพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์
นอกจากนี้ กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ยังประกาศมาตรการคว่ำบาตรบุคคลและองค์กรเพิ่มเติมของอิหร่าน รวมถึงนักธุรกิจและนายธนาคารที่ถูกกล่าวหาว่าให้การสนับสนุนทางการเงินแก่กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC)
ส่วนในอิหร่าน ได้มีการจัดพิธีฝังศพผู้นำสูงสุด อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ที่เมืองมัชฮัด หลังเสียชีวิตจากการโจมตีทางอากาศในวันแรกของสงคราม ขณะที่นายโมจ์ตาบา คาเมเนอี ผู้สืบทอดตำแหน่งผู้นำสูงสุด ยังไม่ปรากฏตัวต่อสาธารณชน ท่ามกลางกระแสคาดการณ์เกี่ยวกับบทบาททางการเมืองของเขาในอนาคต.







