
ตลาดหุ้นสหรัฐปิดบวก นักลงทุนเล็งงบไตรมาส 2 หุ้น AI คึกคัก
ตลาดหุ้นสหรัฐคึกคัก S&P 500 ปิดใกล้จุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ รับหุ้นชิป AI ฟื้นตัว นักลงทุนจับตาฤดูกาลประกาศงบ ขณะราคาน้ำมันพุ่งรายสัปดาห์ ทองคำอ่อนตัว
ตลาดหุ้นสหรัฐ ปิดในแดนบวกเมื่อวันศุกร์ (11 ก.ค.) โดยดัชนี S&P 500 ปรับตัวขึ้นเข้าใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์อีกครั้ง หลังการเข้าซื้อขายวันแรกของ SK Hynix ผู้ผลิตชิปหน่วยความจำรายใหญ่จากเกาหลีใต้ในตลาดสหรัฐฯ ได้รับการตอบรับอย่างคึกคัก ช่วยจุดกระแสความเชื่อมั่นต่อหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์และปัญญาประดิษฐ์ (AI) ขณะที่นักลงทุนเริ่มหันไปจับตาฤดูกาลประกาศผลประกอบการไตรมาส 2 ซึ่งจะเริ่มต้นในสัปดาห์หน้า
ดัชนี S&P 500 เพิ่มขึ้น 0.42% ปิดที่ 7,575.39 จุด ห่างจากระดับปิดสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อวันที่ 2 มิถุนายนเพียง 0.45%
ด้านดัชนี Nasdaq เพิ่มขึ้น 0.29% ปิดที่ 26,281.61 จุด ส่วน Dow Jones Industrial Average ปรับขึ้น 0.29% ปิดที่ 52,637.01 จุด
SK Hynix จุดกระแสหุ้น AI รอบใหม่
บรรยากาศการลงทุนได้รับแรงหนุนจากการเข้าจดทะเบียนในตลาดสหรัฐฯ ของ SK Hynix ซึ่งปิดการซื้อขายวันแรกเหนือราคาขายหุ้นถึง 13% ที่ 170 ดอลลาร์ต่อหุ้น หลังระดมทุนผ่านการเสนอขายตราสาร American Depositary Receipts (ADR) มูลค่ากว่า 26,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่ราคาเสนอขาย 149 ดอลลาร์ต่อหน่วย
ความสำเร็จของการเข้าตลาดครั้งนี้ช่วยกระตุ้นแรงซื้อในหุ้นผู้ผลิตชิปทั่วทั้งตลาด สะท้อนความเชื่อมั่นว่าการลงทุนด้าน AI ของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ (Hyperscalers) จะยังคงขยายตัวต่อเนื่อง
แม้หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์จะเป็นหนึ่งในกลุ่มที่ให้ผลตอบแทนโดดเด่นที่สุดในปีนี้ แต่ตลาดยังเผชิญแรงกดดันจากความกังวลว่าราคาหุ้นหลายบริษัทปรับขึ้นมาในระดับสูง ประกอบกับแรงขายทำกำไรที่ทำให้ความผันผวนยังคงอยู่
นักลงทุนจับตาฤดูกาลประกาศงบไตรมาส 2
อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ตลาดให้ความสนใจคือ การประกาศผลประกอบการไตรมาส 2 ของบริษัทจดทะเบียน ซึ่งจะเริ่มต้นจากกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ ในสัปดาห์หน้า
ข้อมูลจาก LSEG I/B/E/S คาดการณ์ว่า กำไรของบริษัทในดัชนี S&P 500 จะเติบโตเฉลี่ย 24% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยบริษัทเทคโนโลยีจะยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของการเติบโต
นักลงทุนมองว่าผลประกอบการรอบนี้จะเป็นบททดสอบสำคัญว่า การประเมินมูลค่าหุ้นกลุ่ม AI ที่ปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรงตลอดปีที่ผ่านมา ยังมีพื้นฐานรองรับเพียงพอหรือไม่
ตลาดคลายกังวลสงคราม แม้ทรัมป์ประกาศหยุดยิงสิ้นสุด
ตลาดหุ้นยังได้แรงหนุนเพิ่มเติม หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยว่า อิหร่านได้ร้องขอให้สหรัฐฯ เดินหน้าการเจรจาต่อ และสหรัฐฯ ตอบรับข้อเสนอ แม้จะประกาศว่าข้อตกลงหยุดยิงเมื่อเดือนมิถุนายน "สิ้นสุดลงแล้ว"
ก่อนหน้านี้ การปะทะกันระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านได้จุดกระแสความกังวลว่าราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นอาจผลักดันเงินเฟ้อ และทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ต้องใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้น
ราคาน้ำมันลดลงรายวัน แต่พุ่งแรงทั้งสัปดาห์
ในตลาดพลังงาน ราคาน้ำมันดิบปรับลดลงในวันศุกร์ หลังนักลงทุนเริ่มมีความหวังว่าการเดินเรือผ่าน ช่องแคบฮอร์มุซ จะกลับมาเป็นปกติในที่สุด แม้สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางยังดำเนินต่อไป
น้ำมันดิบ Brent ปิดที่ 76.01 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ลดลง 0.38%
น้ำมันดิบ West Texas Intermediate (WTI) ปิดที่ 71.41 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ลดลง 0.93%
อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบรายสัปดาห์ Brent ยังปรับเพิ่มขึ้นประมาณ 5.5% ขณะที่ WTI เพิ่มขึ้นเกือบ 4%สะท้อนความกังวลต่อความเสี่ยงด้านอุปทานพลังงานโลก
ทองคำอ่อนตัว หลังตลาดคาด Fed อาจคุมเข้มนโยบาย
ด้านตลาดทองคำ ราคาปรับลดลงจากแรงกดดันของการคาดการณ์ว่า ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางอาจผลักดันเงินเฟ้อ และทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ ชะลอการลดดอกเบี้ย หรืออาจใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดกว่าคาด
ราคาทองสปอตลดลง 0.4% ปิดที่ 4,103.23 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ส่งผลให้ตลอดสัปดาห์ปรับตัวลง 1.7% ขณะที่สัญญาทองคำล่วงหน้าส่งมอบเดือนสิงหาคมของสหรัฐฯ ปิดลดลง 0.7% ที่ 4,113.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์







