
ญี่ปุ่นเตรียมผุดขบวนด่วนพิเศษ เชื่อม 2 สนามบิน รับนักท่องเที่ยว
ญี่ปุ่นเตรียมผุดรถไฟขบวนด่วนพิเศษ ภายในปี 2030 เชื่อมต่อ 2 สนามบินโตเกียว 'นาริตะ-ฮาเนดะ' รับนักท่องเที่ยวทะลัก
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า บริษัท รถไฟฟ้าเคเซ (Keisei Electric Railway) เตรียมเปิดให้บริการรถไฟด่วนพิเศษ (Limited Express) แบบจัดเก็บค่าโดยสารเพิ่มเติม ซึ่งจะวิ่งตรงเชื่อมระหว่างสนามบินนาริตะและฮาเนดะในช่วงปี 2030 เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้โดยสารไม่ต้องเปลี่ยนสายรถไฟระหว่างสองสนามบินหลักของกรุงโตเกียว ทั้งยังช่วยสนับสนุนให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางไปยังภูมิภาคอื่นๆ ของญี่ปุ่นได้ง่ายขึ้น
แผนเบื้องต้นระบุว่า เคเซจะเริ่มนำร่องให้บริการรถไฟด่วนพิเศษสายใหม่นี้ในเส้นทางระหว่างสถานีสนามบินนาริตะ (ฝั่งตะวันออกของโตเกียว) และสถานีโอชิอาเงะ (ใกล้กับโตเกียวสกายทรี) ภายในปีงบประมาณ 2028 ก่อนจะขยายเส้นทางไปจนถึงสถานีชินางาวะและสิ้นสุดที่สนามบินฮาเนดะในช่วงทศวรรษ 2030
ข้อเสนอการพัฒนาเส้นทางรถไฟดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของรายงานฉบับสมบูรณ์จากคณะกรรมการภาครัฐ ด้านการเพิ่มขีดความสามารถของสนามบินนานาชาตินาริตะ ซึ่งกระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน การขนส่ง และการท่องเที่ยวของญี่ปุ่น (MLIT) เตรียมนำเสนออย่างเป็นทางการในวันจันทร์นี้
ปัจจุบัน เคเซมีบริการรถไฟสาย Access Express ที่วิ่งระหว่างนาริตะและฮาเนดะอยู่แล้ว โดยวิ่งร่วมกับรถไฟใต้ดินสาย Toei Asakusa และสาย Keikyu Airport ใช้เวลาเดินทางราว 1 ชั่วโมง 30 นาที โดยไม่มีการจัดเก็บค่าโดยสารพิเศษ
อย่างไรก็ตาม รถไฟด่วนพิเศษขบวนใหม่นี้จะเข้ามาตอบโจทย์ผู้โดยสารที่ต้องการประหยัดเวลาเดินทางและต้องการบริการที่สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น
เป้าหมายหลักของโครงการนี้คือการเชื่อมต่อ "นาริตะ" ซึ่งเป็นประตูรับเที่ยวบินระหว่างประเทศ เข้ากับ "สถานีชินางาวะ" จุดเปลี่ยนสายรถไฟความเร็วสูงโทไคโดชินคันเซ็น (Tokaido Shinkansen) และ "ฮาเนดะ" ศูนย์กลางเที่ยวบินภายในประเทศที่ใหญ่ที่สุดได้อย่างไร้รอยต่อ ช่วยให้นักท่องเที่ยวต่างชาติสามารถต่อรถไฟหรือเครื่องบินไปยังแหล่งท่องเที่ยวทั่วประเทศได้อย่างรวดเร็ว
ในระยะยาว รัฐบาลญี่ปุ่นกำลังพิจารณาขยายการเดินรถไฟด่วนสายใหม่นี้ ให้เชื่อมต่อกับเส้นทาง Haneda Airport Access Line ซึ่งเป็นโครงการของบริษัท East Japan Railway (JR East) ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางระหว่างสนามบินฮาเนดะและใจกลางกรุงโตเกียว
ปัจจัยสำคัญที่ผลักดันโครงการดังกล่าว คือจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางผ่านสนามบินนาริตะซึ่งเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลจากบริษัท ท่าอากาศยานนานาชาตินาริตะ จำกัด (NAA) ระบุว่า ในปีงบประมาณ 2025 (สิ้นสุดเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา) มีผู้โดยสารชาวต่างชาติในเที่ยวบินระหว่างประเทศเพิ่มขึ้นร้อยละ 6 จากปีก่อนหน้า
ทะยานแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 24.1 ล้านคน ขณะเดียวกัน เที่ยวบินระหว่างประเทศก็ทำสถิติสูงสุดเช่นกันที่ 205,990 เที่ยวบิน หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 5
ปัจจุบัน สนามบินนาริตะกำลังเดินหน้าขยายพื้นที่ครั้งใหญ่ภายใต้แผน "การเปิดสนามบินเฟสสอง" โดยครอบคลุมทั้งการขยายรันเวย์ B จาก 2,500 เมตร เป็น 3,500 เมตร และการก่อสร้างรันเวย์ C แห่งใหม่ที่มีความยาว 3,500 เมตร
หากโครงการขยายสนามบินแล้วเสร็จ นาริตะจะสามารถรองรับเที่ยวบินได้เพิ่มขึ้นจาก 340,000 เที่ยวบิน เป็น 500,000 เที่ยวบินต่อปี นอกจากนี้ NAA ยังคาดการณ์ว่าจำนวนผู้โดยสารจะพุ่งสูงถึง 75 ล้านคนต่อปีในช่วงทศวรรษ 2040 หรือเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 80 เมื่อเทียบกับยอดผู้โดยสาร 40.8 ล้านคนในปีงบประมาณ 2025
การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของภาคการท่องเที่ยว ส่งผลให้ทั้งภาครัฐและเอกชนของญี่ปุ่นต่างเห็นพ้องว่า การเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของสนามบิน ควบคู่ไปกับการยกระดับโครงข่ายรถไฟให้เชื่อมต่อกับสนามบินนาริตะอย่างมีประสิทธิภาพ ถือเป็นวาระเร่งด่วนที่ต้องผลักดันให้เกิดผลเป็นรูปธรรมโดยเร็ว







