
ตลาดหุ้นสหรัฐปิดผันผวน หุ้นเทคกดดัน ราคาน้ำมันพุ่ง ทองคำฟื้นแรง
ตลาดหุ้นสหรัฐปิดผสม หุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่กดดัน Nasdaq ขณะที่ราคาน้ำมันพุ่งกว่า 2% หลังเหตุโจมตีเรือใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ ส่วนทองคำดีดตัวรับเงินเฟ้อสหรัฐเป็นไปตามคาด
ตลาดหุ้นสหรัฐปิดการซื้อขายในทิศทางผสม โดยดัชนี Nasdaq ปรับตัวลดลงจากแรงขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่ ขณะที่ดัชนี S&P 500 ปิดเกือบทรงตัว และดัชนีดาวโจนส์ปิดในแดนบวก หลังนักลงทุนประเมินข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดของสหรัฐควบคู่กับแนวโน้มการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI)
หุ้น Apple ร่วงหนัก 6.1% หลังประกาศขึ้นราคาผลิตภัณฑ์ iPad และ MacBook เพื่อชดเชยต้นทุนชิปหน่วยความจำและชิปจัดเก็บข้อมูลที่ปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่หุ้น Nvidia, Microsoft และ Alphabet ปรับตัวลดลงระหว่าง 0.5-3.5%
อย่างไรก็ตาม หุ้น Micron Technology พุ่งขึ้นถึง 15.7% หลังประกาศผลประกอบการและคาดการณ์รายได้ที่สูงกว่าการประเมินของนักวิเคราะห์ในวอลล์สตรีท สะท้อนความต้องการชิป AI ที่ยังแข็งแกร่ง
แม้ว่าบริษัทผู้ผลิตชิปรายใหญ่อย่าง Micron Technology และ Qualcomm จะส่งสัญญาณเชิงบวกเกี่ยวกับความต้องการชิป AI จากผลประกอบการและประมาณการรายได้ที่แข็งแกร่ง แต่ตลาดยังคงกังวลต่อการใช้จ่ายด้าน AI ของบรรดาผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่ (Hyperscalers) ว่าจะต้องใช้เงินลงทุนมหาศาล และยังไม่มีความชัดเจนว่าใครจะเป็นผู้รับภาระต้นทุนดังกล่าว
นักลงทุนยังคงระมัดระวังจากความกังวลเกี่ยวกับการก่อหนี้เพื่อขยายการลงทุนของผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่ รวมถึงความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดมากกว่าที่ตลาดคาดไว้
ในบรรดา 11 กลุ่มอุตสาหกรรมของดัชนี S&P 500 มี 6 กลุ่มที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น นำโดยกลุ่มอุตสาหกรรมที่พุ่ง 2.2% ขณะที่กลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค และกลุ่มเทคโนโลยีอ่อนตัวลง
ปิดการซื้อขาย ดัชนี ดาวโจนส์ เพิ่มขึ้น 71.72 จุด หรือ 0.14% ปิดที่ 51,920.62 จุด ขณะที่ S&P 500 ลดลง 0.73 จุด หรือ 0.01% ปิดที่ 7,357.49 จุด และ Nasdaq Composite ลดลง 118.03 จุด หรือ 0.46% ปิดที่ 25,358.60 จุด
น้ำมันพุ่งกว่า 2% หลังเกิดเหตุโจมตีเรือใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ
ราคาน้ำมันดิบโลกปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่า 2% หลังมีรายงานว่าเรือบรรทุกสินค้าลำหนึ่งถูกวัตถุปริศนาโจมตีบริเวณนอกชายฝั่งประเทศโอมาน ส่งผลให้ปฏิบัติการอพยพเรือบริเวณช่องแคบฮอร์มุซต้องระงับชั่วคราว และปลุกความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงต่อเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
แม้การไหลเวียนของน้ำมันและก๊าซธรรมชาติจะได้รับผลกระทบตั้งแต่การโจมตีอิหร่านร่วมกันของสหรัฐและอิสราเอลเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา แต่หลังจากสหรัฐและอิหร่านบรรลุข้อตกลงยุติสงคราม การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้กลับมาเปิดใช้งานอีกครั้ง หลังจากก่อนหน้านี้อิหร่านปิดกั้นเส้นทางดังกล่าวโดยพฤตินัย
ราคาน้ำมันดิบ เบรนท์ เพิ่มขึ้น 1.52 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 49.70 บาท) หรือ 2.1% ปิดที่ 75.26 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล(ประมาณ 2,460 บาท) ขณะที่น้ำมันดิบ เวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต (WTI) เพิ่มขึ้น 1.58 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 51.70 บาท) หรือ 2.3% ปิดที่ 71.92 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล (ประมาณ 2,350 บาท)
ทองคำฟื้นตัว หลังเงินเฟ้อสหรัฐเป็นไปตามคาด
ด้านราคาทองคำกลับมาปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐออกมาใกล้เคียงกับที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ส่งผลให้ความกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐจะเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยลดลง อีกทั้งค่าเงินดอลลาร์สหรัฐและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับตัวอ่อนลง ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนราคาทองคำ
ราคาทองสปอตเพิ่มขึ้น 0.8% ปิดที่ 4,032.74 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ (ประมาณ 131,800 บาทต่อออนซ์) หลังระหว่างวันเคยร่วงลงมากถึง 1%
ส่วนสัญญาทองคำล่วงหน้าส่งมอบเดือนสิงหาคมของสหรัฐ ปรับตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 1% ปิดที่ 4,047.60 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ (ประมาณ 132,300 บาทต่อออนซ์) สะท้อนแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยที่กลับเข้าสู่ตลาดอีกครั้ง หลังแรงกดดันจากแนวโน้มดอกเบี้ยเริ่มผ่อนคลายลง.







