posttoday
ตลาดหุ้นสหรัฐผันผวน หุ้นเทคร่วงฉุด Nasdaq ปิดลบ ราคาน้ำมันดิ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐผันผวน หุ้นเทคร่วงฉุด Nasdaq ปิดลบ ราคาน้ำมันดิ่ง

25 มิถุนายน 2569

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดผันผวน หุ้นเทคโนโลยีกดดัน Nasdaq และ S&P 500 ขณะที่ราคาน้ำมันร่วงแรงหลังความกังวลฮอร์มุซคลี่คลาย หนุนหุ้นสายการบินและท่องเที่ยวปรับตัวขึ้น

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดการซื้อขายในวันพุธ (25 มิ.ย.) อย่างผันผวน โดยดัชนี Nasdaq และ S&P 500 ปรับตัวลดลงจากแรงขายในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับมูลค่าหุ้นที่อยู่ในระดับสูงและแนวโน้มนโยบายการเงินที่อาจเข้มงวดมากขึ้นของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ขณะที่ดัชนี Dow Jones สามารถปิดบวกได้จากแรงหนุนของหุ้นกลุ่มท่องเที่ยวและสายการบินที่ได้อานิสงส์จากราคาน้ำมันที่ร่วงลงอย่างหนัก

 

ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (Dow Jones Industrial Average) ปรับตัวเพิ่มขึ้น 182.06 จุด หรือ 0.35% ปิดที่ 51,848.90 จุด ขณะที่ดัชนี S&P 500 ลดลง 7.24 จุด หรือ 0.10% ปิดที่ 7,358.22 จุด และดัชนี Nasdaq Composite ลดลง 110.40 จุด หรือ 0.43% ปิดที่ 25,476.64 จุด

 

ปัจจัยสำคัญที่สร้างแรงกดดันต่อตลาดในช่วงนี้คือความกังวลเกี่ยวกับการประเมินมูลค่าหุ้นเทคโนโลยี โดยเฉพาะกลุ่มปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเซมิคอนดักเตอร์ หลังนักลงทุนเริ่มตั้งคำถามถึงความยั่งยืนของการใช้จ่ายมหาศาลจากผู้ให้บริการศูนย์ข้อมูลรายใหญ่ หรือ Hyperscalers ที่ขยายการลงทุนผ่านการก่อหนี้จำนวนมาก

 

ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา มูลค่าตลาดของดัชนี Nasdaq 100 หายไปแล้วมากกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 36 ล้านล้านบาท จากความกังวลดังกล่าว ประกอบกับกระแสคาดการณ์ว่า Fed อาจคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงนานกว่าที่ตลาดเคยประเมินไว้

 

ในอีกด้านหนึ่ง ราคาน้ำมันดิบโลกปรับตัวลดลงอย่างรุนแรง หลังความกังวลเกี่ยวกับอุปทานน้ำมันในตะวันออกกลางเริ่มคลี่คลาย โดยเรือบรรทุกน้ำมันจำนวนมากที่เคยติดค้างสามารถทยอยเดินทางออกจากช่องแคบฮอร์มุซได้มากขึ้น ส่งผลให้นักลงทุนเชื่อว่าการส่งออกน้ำมันจะกลับสู่ภาวะปกติ

 

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เปิดเผยว่า อิหร่านได้แจ้งต่อรัฐบาลวอชิงตันว่าไม่มีแผนเรียกเก็บค่าผ่านทางจากเรือที่เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งช่วยลดความกังวลเกี่ยวกับต้นทุนการขนส่งพลังงานทั่วโลก

 

ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent Crude) ส่งมอบล่วงหน้าปรับตัวลดลง 3.42 ดอลลาร์ หรือ 4.4% ปิดที่ 73.65 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล (ประมาณ 2,650 บาท) ส่วนราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ของสหรัฐฯ ลดลง 3.32 ดอลลาร์ หรือ 4.6% ปิดที่ 69.87 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล (ประมาณ 2,515 บาท)

 

การปรับตัวลงของราคาน้ำมันส่งผลบวกต่อหุ้นกลุ่มท่องเที่ยวและสายการบินทันที โดยดัชนีหุ้นสายการบินใน S&P 500 พุ่งขึ้น 5.2% ขณะที่หุ้นของ Expedia Group และ Booking Holdings ต่างปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่ง เนื่องจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่ลดลงช่วยเพิ่มแนวโน้มกำไรของธุรกิจ

 

ด้านตลาดทองคำเผชิญแรงขายอย่างหนักเช่นกัน หลังค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้น และนักลงทุนเชื่อว่าอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ จะยังอยู่ในระดับสูงต่อไป ส่งผลให้ราคาทองคำสปอตร่วงลงต่ำกว่าระดับจิตวิทยาสำคัญที่ 4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2568

 

ราคาทองสปอตลดลง 3.3% มาอยู่ที่ 3,973.79 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ประมาณ 142,980 บาท) ขณะที่สัญญาทองคำล่วงหน้าของสหรัฐฯ ปิดลดลง 3.4% ที่ระดับ 4,008.80 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ประมาณ 144,240 บาท)

 

ข่าวล่าสุด

“ศรีจันทร์” กวาดรายได้ทะลุ 2 พันล้าน ดึงพลัง 13 พรีเซ็นเตอร์ เร่งส่งออก T-Beauty

“ศรีจันทร์” กวาดรายได้ทะลุ 2 พันล้าน ดึงพลัง 13 พรีเซ็นเตอร์ เร่งส่งออก T-Beauty