posttoday
ตลาดหุ้นสหรัฐพุ่งรับหุ้นชิป-ข้อตกลงสันติภาพอิหร่าน ดัน Nasdaq ทะยาน

ตลาดหุ้นสหรัฐพุ่งรับหุ้นชิป-ข้อตกลงสันติภาพอิหร่าน ดัน Nasdaq ทะยาน

19 มิถุนายน 2569

ตลาดหุ้นสหรัฐฟื้นตัวแรง นำโดยหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ หลังสหรัฐ-อิหร่านลงนามข้อตกลงสันติภาพชั่วคราว คลายกังวลเงินเฟ้อ แม้นักลงทุนยังคาดเฟดขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้

ตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งในการซื้อขายวันพฤหัสบดี (19 มิ.ย.) โดยได้รับแรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ และความเชื่อมั่นที่ดีขึ้นหลังสหรัฐและอิหร่านลงนามข้อตกลงสันติภาพชั่วคราว ซึ่งช่วยลดความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อที่เกิดจากราคาพลังงาน แม้ว่านักลงทุนยังคงประเมินว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) มีแนวโน้มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมภายในปีนี้

 

ดัชนี Nasdaq Composite ซึ่งมีสัดส่วนหุ้นเทคโนโลยีสูง พุ่งขึ้น 1.91% หรือ 496.28 จุด ปิดที่ 26,517.93 จุด ขณะที่ดัชนี S&P 500 เพิ่มขึ้น 1.08% หรือ 80.48 จุด ปิดที่ 7,500.58 จุด และดัชนี Dow Jones Industrial Average ปรับตัวขึ้น 72.15 จุด หรือ 0.14% ปิดที่ 51,564.70 จุด

 

แรงขับเคลื่อนสำคัญมาจากหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ โดยดัชนี Philadelphia Semiconductor Index พุ่งขึ้นถึง 6.4% ซึ่งถือว่าโดดเด่นกว่าตลาดโดยรวมอย่างมาก หลังหุ้น Intel ทะยานขึ้น 10.6% ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ จากการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยว่า Apple ตกลงร่วมมือกับ Intel ในการออกแบบและผลิตชิปภายในสหรัฐฯ ซึ่งถูกมองว่าเป็นก้าวสำคัญในการเสริมความแข็งแกร่งให้ห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีของประเทศ

 

ด้านตลาดพลังงานได้รับอิทธิพลจากพัฒนาการเชิงบวกในตะวันออกกลาง หลังสหรัฐและอิหร่านบรรลุข้อตกลงชั่วคราวเพื่อขยายเวลาหยุดยิงที่เริ่มขึ้นในเดือนเมษายนออกไปอีก 60 วัน เพื่อเปิดทางสู่การเจรจาข้อตกลงถาวร ส่งผลให้ราคาน้ำมันในช่วงต้นวันร่วงลงแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม

 

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวช่วยลดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่เป็นความกังวลหลักของนักลงทุนตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา หลังราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นจากสงครามที่ปะทุขึ้นตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ นอกจากนี้ เรือขนส่งสินค้าลำแรก ๆ ยังเริ่มกลับมาใช้เส้นทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง หลังการขนส่งน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ ปุ๋ย และสินค้าอื่น ๆ ถูกกระทบอย่างหนักจากความขัดแย้ง

 

อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนยังคงอยู่ เมื่อทรัมป์เตือนว่า สหรัฐอาจกลับมาใช้มาตรการทางทหารอีกครั้ง หากอิหร่านไม่ปฏิบัติตามข้อตกลง ขณะที่รองประธานาธิบดีสหรัฐ เจดี แวนซ์ ออกมาเตือนอิสราเอลไม่ให้ขยายปฏิบัติการโจมตีกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ทำให้นักลงทุนเริ่มตั้งคำถามต่อความยั่งยืนของข้อตกลงหยุดยิง

 

ปัจจัยอีกด้านที่ตลาดจับตาอย่างใกล้ชิดคือทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ หลังเควิน วอร์ช ประธาน Fed คนใหม่ ส่งสัญญาณให้ความสำคัญกับการควบคุมเงินเฟ้อ และระบุว่า Fed จะลดการส่งสัญญาณล่วงหน้าเกี่ยวกับทิศทางนโยบายการเงินในอนาคต

 

ข้อมูลจาก FedWatch Tool ของ CME Group ระบุว่า นักลงทุนให้น้ำหนักประมาณ 50% ต่อโอกาสที่ Fed จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมเดือนกันยายน และประมาณ 20% ต่อความเป็นไปได้ของการขึ้นดอกเบี้ย 0.50%

 

ราคาน้ำมันในช่วงต้นการซื้อขายร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบหลายเดือน หลังสหรัฐและอิหร่านลงนามข้อตกลงชั่วคราวขยายเวลาหยุดยิงออกไปอีก 60 วัน ส่งผลให้ตลาดคลายความกังวลต่อความเสี่ยงด้านอุปทานน้ำมันจากตะวันออกกลาง โดยน้ำมัน Brent เคยลดลงสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ 27 กุมภาพันธ์ 2026ขณะที่ WTI แตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ 4 มีนาคม 2026

 

อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันฟื้นตัวในช่วงท้ายตลาด หลัง เจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐ เตือนอิสราเอลไม่ให้ขยายปฏิบัติการโจมตีกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ทำให้นักลงทุนกลับมากังวลว่าความขัดแย้งในภูมิภาคอาจปะทุขึ้นอีกครั้ง และส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน

 

ราคาน้ำมันดิบ Brent ปิดที่ 79.85 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล (ประมาณ 2,915 บาท) เพิ่มขึ้น 0.38% หลังฟื้นตัวจากระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ ขณะที่น้ำมันดิบ West Texas Intermediate (WTI) ปิดที่ 76.60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล (ประมาณ 2,798 บาท) ลดลง 0.25%

 

ส่วนตลาดทองคำเผชิญแรงกดดันจากท่าทีเข้มงวดของ Fed และการแข็งค่าของเงินดอลลาร์ โดยราคาทองสปอตลดลง 0.8% มาอยู่ที่ 4,225.39 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ประมาณ 154,226 บาท) ขณะที่สัญญาทองคำล่วงหน้าสหรัฐร่วงลง 3.1% ปิดที่ 4,245.90 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ประมาณ 154,975 บาท)

 

ข่าวล่าสุด

เปิดกลไก แ คลี่ปมทะเลไทย-กัมพูชา เกมประนอมไร้คำพิพากษา

เปิดกลไก แ คลี่ปมทะเลไทย-กัมพูชา เกมประนอมไร้คำพิพากษา