
สหรัฐถล่มอิหร่านระลอกใหม่ ทรัมป์ขู่โจมตีหนักหากไร้ดีลสันติภาพ
สหรัฐเปิดฉากโจมตีเป้าหมายหลายแห่งในอิหร่านรอบใหม่ หลังทรัมป์ประกาศจะโจมตี “อย่างรุนแรง” หากการเจรจาสันติภาพล้มเหลว เสี่ยงเกิดสงครามเต็มรูปแบบในตะวันออกกลาง
สหรัฐเปิดปฏิบัติการโจมตีทางทหารระลอกใหม่ต่อเป้าหมายหลายแห่งในอิหร่านในช่วงข้ามคืนที่ผ่านมา หลัง Donald Trump ประธานาธิบดีสหรัฐ ประกาศชัดว่าจะดำเนินการโจมตีอิหร่านอย่างหนัก หากทั้งสองฝ่ายไม่สามารถบรรลุข้อตกลงเพื่อยุติความขัดแย้งได้
กองบัญชาการกลางของกองทัพสหรัฐ หรือ United States Central Command (CENTCOM) ระบุผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า การโจมตีครั้งใหม่เป็นการตอบโต้ต่อ “การรุกรานที่ไร้เหตุผลและต่อเนื่อง” ของอิหร่าน โดยปฏิบัติการเริ่มขึ้นเมื่อเวลา 17.15 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐ หรือราว 00.45 น. ตามเวลาท้องถิ่นในกรุงเตหะราน
ด้าน Pete Hegseth รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ ยืนยันว่ากองทัพจะโจมตี “เป้าหมายสำคัญ” ของอิหร่านอย่างหนัก พร้อมส่งสัญญาณว่าปฏิบัติการดังกล่าวมีเป้าหมายลดทอนขีดความสามารถทางทหารของอิหร่าน และสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการปฏิบัติการของสหรัฐในภูมิภาค
“เราจะโจมตีอย่างหนักในคืนนี้ และหวังว่าอิหร่านจะตัดสินใจในทางที่ถูกต้อง” เฮกเซธกล่าวต่อผู้สื่อข่าว พร้อมย้ำว่าการโจมตีจะดำเนินไปตามเงื่อนไขและเป้าหมายที่สหรัฐเป็นผู้กำหนด
ความขัดแย้งปะทุอีกครั้งหลังหยุดยิงเปราะบาง
การโจมตีครั้งล่าสุดนับเป็นพัฒนาการสำคัญของสถานการณ์ที่กำลังทวีความรุนแรงขึ้น และอาจนำไปสู่การกลับมาของสงครามเต็มรูปแบบ หลังจากทั้งสองฝ่ายเคยตกลงหยุดยิงชั่วคราวเมื่อช่วงต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา
สื่อทางการอิหร่านรายงานว่าเกิดเสียงระเบิดในเมืองท่าสิริก ทางตอนใต้ของประเทศ ขณะที่ระบบป้องกันภัยทางอากาศในพื้นที่ตะวันตกของกรุงเตหะรานถูกเปิดใช้งานเพื่อตอบโต้ภัยคุกคามที่เข้ามา
ก่อนหน้านี้เพียงไม่กี่ชั่วโมง ทรัมป์กล่าวที่ทำเนียบขาวว่า “เราจะโจมตีพวกเขา และจะโจมตีอย่างหนักมาก” สะท้อนจุดยืนแข็งกร้าวของรัฐบาลสหรัฐ แม้จะยังมีความพยายามทางการทูตเพื่อยุติสงครามที่ยืดเยื้อมานานกว่า 3 เดือน
ตลอดช่วงหลังการหยุดยิง ทั้งสหรัฐและอิหร่านยังคงมีการโจมตีตอบโต้กันเป็นระยะ แม้ว่าการเจรจาผ่านคนกลางจะยังดำเนินอยู่ก็ตาม โดยทรัมป์ยืนยันหลายครั้งว่าข้อตกลงสันติภาพใกล้บรรลุผล แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีสัญญาณของความคืบหน้า
สงครามขยายวงสู่ฐานทัพและเส้นทางพลังงานโลก
ก่อนหน้าการโจมตีรอบใหม่ กองทัพสหรัฐได้โจมตีระบบเรดาร์และฐานป้องกันภัยทางอากาศของอิหร่านบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ หลังเฮลิคอปเตอร์ของสหรัฐถูกยิงตกใกล้เส้นทางเดินเรือยุทธศาสตร์ดังกล่าว
อิหร่านตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธและส่งโดรนโจมตีฐานทัพสหรัฐใน จอร์แดน, คูเวต และ บาห์เรน แม้เจ้าหน้าที่สหรัฐระบุว่าไม่ได้เกิดความเสียหายร้ายแรง
ขณะเดียวกัน อิหร่านกล่าวหาว่าสหรัฐโจมตีแหล่งกักเก็บน้ำดื่มที่หล่อเลี้ยงประชาชนใน 10 หมู่บ้าน และระบุว่าเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง
Esmaeil Baghei โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ระบุว่า การโจมตีดังกล่าวไม่ใช่ความเสียหายข้างเคียงจากสงคราม แต่เป็น “อาชญากรรมสงครามที่จงใจและเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างชัดเจน”
อิหร่านเตือนสงครามอาจลุกลามนอกภูมิภาค
แม้ทั้งสองฝ่ายยังคงใช้ถ้อยคำแข็งกร้าว แต่ความพยายามทางการทูตยังไม่สิ้นสุด โดยคณะผู้แทนจาก กาตาร์ ซึ่งทำหน้าที่เป็นคนกลางระหว่างสหรัฐและอิหร่าน ได้เดินทางถึงกรุงเตหะรานเพื่อหารือเกี่ยวกับสถานการณ์ล่าสุด
อย่างไรก็ตาม Ebrahim Azizi ประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐสภาอิหร่าน เตือนว่าสงครามครั้งนี้อาจไม่จำกัดอยู่เพียงตะวันออกกลางอีกต่อไป หากการเผชิญหน้าระหว่างทั้งสองประเทศยังคงยกระดับ
ราคาน้ำมันพุ่งหลังเสี่ยงกระทบอุปทานโลก
สงครามระหว่างสหรัฐและอิหร่านส่งผลกระทบโดยตรงต่อตลาดพลังงานโลก เนื่องจากความขัดแย้งได้รบกวนการส่งออกน้ำมันและก๊าซธรรมชาติราว 20% ของอุปทานโลก
อิหร่านยังคงปิดกั้นการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่สหรัฐดำเนินมาตรการปิดล้อมท่าเรือของอิหร่าน ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบโลกพุ่งขึ้นเกือบ 3 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แตะระดับประมาณ 94 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังทรัมป์ประกาศขยายปฏิบัติการทางทหาร
ทรัมป์ยังอ้างว่ามีเรือบรรทุกน้ำมันรวมกว่า 100 ล้านบาร์เรล สามารถเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้สำเร็จภายใต้ “ภารกิจลับทางทหาร” ของสหรัฐ ซึ่งช่วยป้องกันไม่ให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงกว่าปัจจุบัน
วิกฤตเลบานอนซ้ำเติมความไม่มั่นคง
ขณะเดียวกัน ความขัดแย้งคู่ขนานระหว่างอิสราเอลกับกลุ่ม Hezbollah ในเลบานอนยังคงดำเนินต่อไป โดยแหล่งข่าวด้านความมั่นคงของเลบานอนระบุว่า การโจมตีทางอากาศของอิสราเอลทางตอนใต้ของประเทศส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 13 ราย ขณะที่ฮิซบอลเลาะห์อ้างว่าได้เปิดฉากโจมตีตอบโต้กองกำลังอิสราเอลเพิ่มเติม
สำหรับเงื่อนไขของอิหร่านในการยุติความขัดแย้ง ประกอบด้วยการยุติการโจมตีของอิสราเอลในเลบานอน การยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร การคืนทรัพย์สินที่ถูกอายัดมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ และการยอมรับอำนาจควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ
ด้านสหรัฐยืนยันว่าข้อตกลงสันติภาพใด ๆ จะต้องรับประกันว่าอิหร่านไม่สามารถพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ได้ ขณะที่อิหร่านยังคงปฏิเสธว่าไม่มีความทะเยอทะยานดังกล่าว
ล่าสุด คณะกรรมการผู้ว่าการของ International Atomic Energy Agency หรือ IAEA ซึ่งมีสมาชิก 35 ประเทศ ได้ผ่านมติที่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐ เรียกร้องให้อิหร่านเปิดเผยปริมาณยูเรเนียมเสริมสมรรถนะที่ยังเหลืออยู่และอนุญาตให้ผู้ตรวจสอบเข้าตรวจสอบได้ ขณะที่อิหร่านตอบโต้ว่าเป็นมติที่มีแรงจูงใจทางการเมือง







