
สหรัฐ-อิหร่านคืบหน้าเจรจายุติสงคราม ลุ้บรรลุข้อตกลงเร็วๆนี้
สหรัฐฯ อิหร่าน และปากีสถาน เผยการเจรจายุติสงครามคืบหน้า ลุ้นข้อตกลงหยุดรบ 3 ระยะ ขณะ “โดนัลด์ ทรัมป์” ขู่กลับมาโจมตีหากเจรจาล้มเหลว
รัฐบาลอิหร่าน สหรัฐอเมริกา และปากีสถาน ซึ่งทำหน้าที่เป็นคนกลาง เปิดเผยตรงกันว่า การเจรจาเพื่อยุติสงครามที่ยืดเยื้อนานเกือบ 3 เดือน มีความคืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญ โดยทุกฝ่ายกำลังเร่งผลักดันร่างบันทึกความเข้าใจ หรือ MOU เพื่อปูทางสู่การยุติความขัดแย้งอย่างเป็นทางการ
กระทรวงการต่างประเทศอิหร่านระบุว่า ขณะนี้การหารือมุ่งเน้นไปที่การจัดทำรายละเอียดขั้นสุดท้ายของ MOU หลังการพบหารือระหว่าง พลเอก อาซิม มูนีร์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของปากีสถาน กับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านในกรุงเตหะราน
กองทัพปากีสถานเปิดเผยว่า การเจรจานำไปสู่ “ความคืบหน้าที่น่าพอใจ” เพื่อบรรลุความเข้าใจร่วมกันในขั้นสุดท้าย ขณะที่แหล่งข่าวปากีสถานซึ่งเกี่ยวข้องกับการเจรจาระบุว่า ข้อตกลงที่กำลังหารือมี “ความครอบคลุมอย่างมาก” และอาจนำไปสู่การยุติสงครามได้จริง
รายงานระบุว่า กรอบข้อตกลงดังกล่าวจะดำเนินการเป็น 3 ระยะ ได้แก่
1.การประกาศยุติสงครามอย่างเป็นทางการ
2.การคลี่คลายวิกฤตในช่องแคบฮอร์มุซ
3.การเปิดช่วงเวลา 30 วันสำหรับการเจรจาข้อตกลงระยะยาว ซึ่งสามารถขยายเวลาเพิ่มเติมได้
ด้านประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เปิดเผยว่า เขาจะหารือร่างข้อตกลงฉบับล่าสุดกับคณะที่ปรึกษา และอาจตัดสินใจภายในวันอาทิตย์ว่า จะกลับมาเปิดปฏิบัติการโจมตีอิหร่านอีกครั้งหรือไม่
สื่อ Axios อ้างคำกล่าวของทรัมป์ว่า “ไม่เราบรรลุข้อตกลงที่ดี หรือผมจะถล่มพวกเขาอย่างหนัก”
อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวจากฝ่ายปากีสถานยอมรับว่า ยังไม่มีหลักประกันว่าสหรัฐฯ จะยอมรับ MOU ฉบับดังกล่าว แม้ทั้งสองฝ่ายจะมีท่าทีเปิดกว้างต่อการเจรจาเพิ่มเติมหลังสิ้นสุดเทศกาลอีดิ้ลอัดฮาในวันศุกร์หน้า
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่อาหรับเปิดเผยว่า ทรัมป์เตรียมหารือทางโทรศัพท์กับผู้นำของซาอุดีอาระเบีย กาตาร์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ จอร์แดน อียิปต์ ตุรกี และปากีสถาน เพื่อประเมินสถานการณ์ในตะวันออกกลาง
วิกฤตดังกล่าวส่งผลกระทบอย่างหนักต่อตลาดพลังงานโลก โดยเฉพาะหลังช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก ถูกปิดกั้นต่อเรือส่วนใหญ่ แม้จะมีการหยุดยิงชั่วคราว ทำให้ราคาพลังงานผันผวนและสร้างแรงกดดันต่อเศรษฐกิจโลก
มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ซึ่งอยู่ระหว่างเยือนอินเดีย ย้ำจุดยืนของรัฐบาลวอชิงตันว่า อิหร่านจะต้องไม่มีอาวุธนิวเคลียร์ ช่องแคบฮอร์มุซต้องเปิดเสรี และอิหร่านต้องส่งมอบยูเรเนียมเสริมสมรรถนะที่มีอยู่
อย่างไรก็ตาม อิหร่านปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ โดยยืนยันว่าการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมมีวัตถุประสงค์เพื่อพลเรือนเท่านั้น พร้อมเรียกร้องให้สหรัฐฯ ยุติการปิดล้อมทางทะเล และยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรการส่งออกน้ำมันอิหร่าน
เอสมาอิล บาเกอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน กล่าวว่า แม้แนวโน้มโดยรวมในสัปดาห์นี้จะดีขึ้น แต่ยังมีหลายประเด็นที่ต้องหารือผ่านตัวกลาง และคาดว่าสถานการณ์จะชัดเจนภายใน 3-4 วันข้างหน้า
ด้านโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลีบาฟ ผู้เจรจาระดับสูงของอิหร่าน ยืนยันว่า อิหร่านจะปกป้อง “สิทธิอันชอบธรรม” ทั้งในสนามรบและบนโต๊ะเจรจา แต่กล่าวโจมตีสหรัฐฯ ว่าเป็น “คู่เจรจาที่ขาดความจริงใจ”
เขายังเตือนว่า แม้อิหร่านจะอยู่ในช่วงหยุดยิง แต่กองกำลังของประเทศได้ฟื้นฟูศักยภาพทางทหารแล้ว และหากสหรัฐฯ “กลับมาเปิดสงครามอย่างโง่เขลา” ผลลัพธ์จะ “รุนแรงและขมขื่นกว่าช่วงเริ่มต้นสงคราม”
แม้สงครามดำเนินมาหลายสัปดาห์ แต่อิหร่านยังคงรักษาคลังยูเรเนียมเสริมสมรรถนะระดับใกล้ผลิตอาวุธ รวมถึงขีดความสามารถด้านขีปนาวุธ โดรน และกองกำลังพันธมิตรในภูมิภาคไว้ได้อย่างต่อเนื่อง







