
ทรัมป์ชี้หยุดยิงอิหร่าน “ใกล้ล่ม” วิกฤตช่องแคบฮอร์มุซป่วนโลก
โดนัลด์ ทรัมป์ ระบุข้อตกลงหยุดยิงสหรัฐฯ-อิหร่านอยู่ในภาวะเปราะบาง หลังเตหะรานยื่นเงื่อนไขแข็งกร้าว ขณะวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซดันราคาน้ำมันพุ่ง
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา เปิดเผยเมื่อวันจันทร์ว่า ข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านกำลังอยู่ในภาวะ “ใกล้ล่มสลาย” หลังรัฐบาลเตหะรานตอบกลับข้อเสนอของวอชิงตันเพื่อยุติสงครามด้วยท่าทีแข็งกร้าว สะท้อนว่าทั้งสองฝ่ายยังมีความเห็นแตกต่างกันอย่างมากในหลายประเด็นสำคัญ
ทรัมป์กล่าวว่า เขารู้สึกผิดหวังอย่างหนักต่อเอกสารตอบกลับจากอิหร่าน พร้อมระบุว่า “นี่เป็นสถานะที่อ่อนแอที่สุดของข้อตกลงหยุดยิง หลังจากผมอ่านสิ่งที่พวกเขาส่งมา ผมแทบอ่านไม่จบด้วยซ้ำ”
ก่อนหน้านี้ สหรัฐฯ เสนอให้ยุติการสู้รบก่อน แล้วจึงเริ่มเจรจาในประเด็นอ่อนไหวอื่น ๆ รวมถึงโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน แต่รัฐบาลอิหร่านเรียกร้องเงื่อนไขหลายด้าน ทั้งการยุติสงครามในทุกสมรภูมิ รวมถึงในเลบานอน การจ่ายค่าชดเชยความเสียหายจากสงคราม การยกเลิกการปิดล้อมทางทะเลของสหรัฐฯ การรับประกันว่าจะไม่มีการโจมตีอีก รวมถึงการกลับมาส่งออกน้ำมันอิหร่านได้ตามปกติ
อิหร่านยังยืนยันอธิปไตยเหนือช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติราว 1 ใน 5 ของโลก โดยสถานการณ์ปัจจุบันทำให้การเดินเรือในพื้นที่แทบหยุดชะงัก
นายเอสมาอิล บาเกอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน กล่าวว่า ข้อเรียกร้องของเตหะรานเป็น “สิ่งที่ชอบธรรม” ขณะที่นายโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลีบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน ยืนยันว่ากองทัพอิหร่านพร้อมตอบโต้ “การรุกรานใด ๆ อย่างเด็ดขาด”
ความตึงเครียดดังกล่าวส่งผลโดยตรงต่อตลาดพลังงานโลก โดยราคาน้ำมันดิบเบรนต์ปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.7% แตะระดับประมาณ 104 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ท่ามกลางความกังวลว่าช่องแคบฮอร์มุซอาจถูกปิดอย่างต่อเนื่อง
ข้อมูลจากบริษัทติดตามการเดินเรือ เคปเลอร์ และแอลเอสอีจี ระบุว่า ปริมาณเรือบรรทุกน้ำมันที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับช่วงก่อนสงคราม โดยเรือบางลำต้องปิดระบบติดตามตำแหน่งเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกโจมตีจากอิหร่าน
ขณะเดียวกัน ผลสำรวจของรอยเตอร์/อิปซอส พบว่าชาวอเมริกันจำนวนมากไม่เห็นด้วยกับสงครามครั้งนี้ โดย 2 ใน 3 ของผู้ตอบแบบสอบถามมองว่า ทรัมป์ยังอธิบายเหตุผลของการทำสงครามกับอิหร่านได้ไม่ชัดเจน ท่ามกลางความกังวลเรื่องราคาน้ำมันและราคาน้ำมันเชื้อเพลิงภายในประเทศที่พุ่งสูงขึ้น ก่อนการเลือกตั้งใหญ่ในอีกไม่ถึง 6 เดือน
ด้านพันธมิตรนาโตหลายประเทศยังปฏิเสธส่งกองเรือเข้าร่วมภารกิจเปิดเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ หากยังไม่มีข้อตกลงสันติภาพเต็มรูปแบบและมติรองรับจากนานาชาติ
รายงานยังระบุว่า นายฮาคาน ฟิดาน รัฐมนตรีต่างประเทศตุรกี เตรียมหารือกับเจ้าหน้าที่กาตาร์ในวันอังคาร เพื่อหาทางคลี่คลายความขัดแย้งและรักษาความปลอดภัยในการเดินเรือในช่องแคบดังกล่าว
ขณะที่ทรัมป์มีกำหนดเดินทางถึงกรุงปักกิ่งในวันพุธ เพื่อหารือกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน โดยประเด็นอิหร่านจะเป็นหนึ่งในหัวข้อสำคัญของการพบปะครั้งนี้ ท่ามกลางความพยายามของสหรัฐฯ ที่ต้องการให้จีนใช้อิทธิพลกดดันเตหะรานเข้าสู่โต๊ะเจรจา
อย่างไรก็ตาม นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ระบุว่าสงครามยัง “ไม่สิ้นสุด” เพราะยังมีภารกิจสำคัญในการจัดการโครงการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมของอิหร่าน รวมถึงศักยภาพด้านขีปนาวุธและเครือข่ายกองกำลังตัวแทนในภูมิภาค
แม้จะมีข้อตกลงหยุดยิงที่สหรัฐฯ เป็นคนกลางเมื่อวันที่ 16 เมษายนที่ผ่านมา แต่การปะทะระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในภาคใต้ของเลบานอนยังคงเกิดขึ้นเป็นระยะ สะท้อนว่าวิกฤตในตะวันออกกลางยังห่างไกลจากคำว่าสงบลงอย่างแท้จริง







