ที่ประชุม IMF-World Bank ชี้โลกเปราะบาง พึ่งสหรัฐได้ลดลง วิกฤตถี่ขึ้น
ที่ประชุม IMF-World Bank สะท้อนโลกเผชิญช็อกถี่จากภูมิรัฐศาสตร์ มาตรการรับมือจำกัด ขณะบทบาทสหรัฐคลี่คลายวิกฤตยังไม่แน่นอน นานาชาติต้องพึ่งตัวเองมากขึ้น
การประชุมฤดูใบไม้ผลิของ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ และ ธนาคารโลก ณ กรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา สะท้อนความกังวลของผู้นำเศรษฐกิจโลกต่อความเปราะบางของระบบเศรษฐกิจที่เผชิญแรงกระแทกจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ถี่ขึ้น ขณะความสามารถในการบรรเทาผลกระทบมีจำกัด และการพึ่งพาบทบาทของสหรัฐในการคลี่คลายวิกฤตเริ่มไม่แน่นอนเช่นในอดีต
บรรยากาศการหารือแกว่งตัวระหว่างความวิตกต่อแนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่ถดถอย จากผลกระทบด้านพลังงานและห่วงโซ่อุปทาน กับความหวังเชิงบวกชั่วคราว หลังมีสัญญาณว่า ช่องแคบฮอร์มุซ อาจกลับมาเปิดให้การขนส่งน้ำมัน ก๊าซ และสินค้าโภคภัณฑ์ดำเนินได้อีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ความหวังดังกล่าวลดลงอย่างรวดเร็วภายหลังเกิดเหตุโจมตีเรือขนส่งเพิ่มเติม
IMF และธนาคารโลกประกาศจัดสรรเงินช่วยเหลือรวมสูงสุด 150,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อสนับสนุนประเทศกำลังพัฒนาที่ได้รับผลกระทบหนักจากราคาพลังงานที่พุ่งสูง พร้อมเตือนรัฐบาลทั่วโลกหลีกเลี่ยงการกักตุนพลังงาน และใช้นโยบายอุดหนุนราคาที่มีเป้าหมายชัดเจน
แม้มาตรการช่วยเหลือจะถูกประกาศออกมา แต่ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าปัจจัยชี้ขาดเศรษฐกิจโลกกลับอยู่นอกเวทีการประชุม โดยเฉพาะความตึงเครียดระหว่าง สหรัฐอเมริกา และ อิหร่าน ซึ่งมีผลโดยตรงต่อเสถียรภาพด้านพลังงานและการค้าโลก
IMF ยังปรับลดคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกปี 2026 ลงเหลือ 3.1% ในกรณีดีที่สุด พร้อมเตือนว่าเศรษฐกิจโลกอาจชะลอลงเหลือเพียง 2.5% และมีความเสี่ยงเข้าสู่ภาวะถดถอย หากความขัดแย้งยืดเยื้อ
สถานการณ์ปัจจุบันสะท้อน “แรงกระแทกซ้ำซ้อน” ต่อเศรษฐกิจโลก ตั้งแต่การระบาดของโควิด-19 ในปี 2020 สงคราม การรุกรานยูเครนของรัสเซีย ไปจนถึงความตึงเครียดล่าสุดในตะวันออกกลาง ซึ่งทำให้หลายประเทศเริ่มตระหนักว่าสหรัฐอาจไม่สามารถทำหน้าที่เป็น “ผู้นำหลัก” ในการจัดระเบียบเศรษฐกิจโลกได้เหมือนเดิม
ด้านประเทศกำลังพัฒนา โดยเฉพาะในแอฟริกา เริ่มเร่งปรับยุทธศาสตร์เศรษฐกิจ หันไปส่งเสริมการค้าภายในภูมิภาค พัฒนาแหล่งพลังงานทางเลือก และเพิ่มฐานรายได้ภายในประเทศ เพื่อลดความเปราะบางจากปัจจัยภายนอก
ขณะที่เจ้าหน้าที่หลายประเทศ โดยเฉพาะในยุโรป แสดงความคาดหวังให้สหรัฐเร่งดำเนินการเพื่อเปิดเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง เนื่องจากถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของพลังงานโลก
สำหรับประเทศไทย ซึ่งเป็นผู้นำเข้าพลังงานสุทธิและเตรียมเป็นเจ้าภาพการประชุม IMF-World Bank ประจำปีในเดือนตุลาคม ได้รับผลกระทบจากราคาพลังงานที่มีแนวโน้มสูงต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม รัฐบาลมองว่าวิกฤตครั้งนี้เป็นโอกาสในการเร่งเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานหมุนเวียน เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลในระยะยาว
ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญเห็นพ้องว่า ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์จะกลายเป็น “ความปกติใหม่” ของเศรษฐกิจโลก และบังคับให้ประเทศต่าง ๆ ต้องปรับนโยบายเศรษฐกิจและการเงินให้ยืดหยุ่นและหลากหลายมากยิ่งขึ้นในอนาคต


