posttoday

รฟท.เตรียมชง ครม. ใช้งบ 4 พันล้าน ดึงไฮสปีดช่วงทับซ้อนสร้างเอง

20 เมษายน 2569

รฟท.เตรียมเสนอครม.ดึงงานไฮสปีดช่วงบางซื่อ-ดอนเมือง วงเงิน 4 พันล้านกลับมาดำเนินการเอง หลังเอกชนไม่ชัดเจน พร้อมปรับแบบอยุธยาลดกระทบมรดกโลก

เว็บไซต์ ฐานเศรษฐกิจ รายงานว่า การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอนุมัติให้หน่วยงานกลับมาดำเนินการก่อสร้างโครงสร้างทางวิ่งโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย–จีน ระยะที่ 1 ช่วงบางซื่อ–ดอนเมือง วงเงินประมาณ 4,000 ล้านบาท หลังพบความไม่ชัดเจนจากภาคเอกชนคู่สัญญาในโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน

 

นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการ รฟท. ในฐานะรักษาการผู้ว่าการ เปิดเผยว่า ปัจจุบันโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย–จีน ช่วงกรุงเทพมหานคร–นครราชสีมา ยังเหลือสัญญาที่ไม่ได้ลงนามจำนวน 2 สัญญา จากทั้งหมด 14 สัญญา โดยเฉพาะสัญญาที่ 4-1 ช่วงบางซื่อ–ดอนเมือง ซึ่งเป็นพื้นที่ทับซ้อนกับโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง–สุวรรณภูมิ–อู่ตะเภา)

 

ทั้งนี้ รฟท. ได้มีหนังสือทวงถามไปยังบริษัทเอกชนคู่สัญญาเพื่อขอความชัดเจนด้านราคาและแผนการดำเนินงาน แต่ยังไม่ได้รับการตอบกลับ ส่งผลให้ไทม์ไลน์โครงการมีความกระชั้นชิดมากขึ้น จึงมีแนวโน้มเสนอคณะกรรมการกำกับสัญญาเพื่อพิจารณาดึงงานก่อสร้างดังกล่าวกลับมาดำเนินการเอง และอาจเสนอ ครม. เพื่อจัดสรรงบประมาณรองรับ หากเอกชนยังไม่พร้อมดำเนินการ

รฟท.เตรียมชง ครม. ใช้งบ 4 พันล้าน ดึงไฮสปีดช่วงทับซ้อนสร้างเอง

 

ขณะเดียวกัน ในส่วนของสัญญาที่ 4-5 ช่วงบ้านโพ–พระแก้ว ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ใกล้แหล่งมรดกโลกจังหวัดพระนครศรีอยุธยา รฟท. ได้ปรับรูปแบบโครงการเพื่อลดผลกระทบตามข้อกังวลขององค์การยูเนสโก โดยร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญต่างประเทศและกรมศิลปากรจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบต่อแหล่งมรดกโลก (HIA)

 

การปรับแบบดังกล่าวประกอบด้วย การลดความสูงของโครงสร้างทางวิ่งจาก 19 เมตร เหลือ 17 เมตร การออกแบบสถานีให้มีความโปร่งเพื่อลดการบดบังทัศนียภาพโบราณสถาน รวมถึงการปรับตำแหน่งสถานีไปทางทิศเหนือ เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบต่ออาคารสถานีอยุธยาเดิมซึ่งเป็นโบราณสถานสมัยรัชกาลที่ 6

 

ปัจจุบัน รฟท. อยู่ระหว่างจัดทำร่างเอกสารประกวดราคา (TOR) คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนพฤษภาคม 2569 และเปิดประมูลในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงพฤศจิกายน 2569 ก่อนลงนามสัญญาภายในช่วงปลายปี 2569 ถึงต้นปี 2570 โดยใช้งบประมาณก่อสร้างประมาณ 11,000 ล้านบาท ภายใต้กรอบเดิม

 

สำหรับงานก่อสร้างในพื้นที่มรดกโลก จะมีการสำรวจและขุดค้นทางโบราณคดีจำนวน 190 หลุม ตามข้อกำหนดของกรมศิลปากร ควบคู่ไปกับการก่อสร้าง โดยคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2 ปี และหากพบโบราณวัตถุสำคัญ จะมีการปรับแบบหรือเปลี่ยนตำแหน่งสถานีให้เหมาะสม โดยไม่กระทบต่อแผนการเดินรถ

 

ทั้งนี้ รฟท. ตั้งเป้าให้ทั้ง 2 สัญญาแล้วเสร็จภายในปี 2569 และเริ่มงานก่อสร้างโยธาในช่วงต้นปี 2570 ใช้ระยะเวลาก่อสร้างประมาณ 3 ปี จากนั้นจะเข้าสู่ขั้นตอนติดตั้งระบบและทดสอบเดินรถอีก 1 ปี โดยคาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย–จีน ระยะที่ 1 ได้ภายในปี 2574 ตามแผนที่กำหนดไว้

 

ข่าวล่าสุด

“หม่าล่า” ฟีเวอร์ไม่แผ่ว บุกทั่วเมือง กินยังไงไม่ให้ทำลายสุขภาพ