posttoday

SET แกว่งผันผวน ผลเจรจาสันติภาพรอบใหม่ที่ปากีสถานยังไม่แน่นอน

20 เมษายน 2569

InnovestX คาด SET ผันผวนตามผลเจรจาสันติภาพ หากบวกลุ้นดีดแตะ 1,530 จุด หากลบเสี่ยงหลุด 1,400 จุด กลยุทธ์การลงทุน “Selective Buy” แนะนำ SCC และ CPN

KEY

POINTS

  • ตลาดหุ้นไทย (SET) แกว่งตัวผันผวนสูงจากความไม่แน่นอนของผลการเจรจาสันติภาพรอบใหม่ที่ปากีสถาน
  • ปัจจัยกดดันหลักคือการที่อิหร่านปฏิเสธเข้าร่วมเจรจา ทำให้เกิดความตึงเครียดกับสหรัฐฯ ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นและนักลงทุนต่างชาติเทขายหุ้นไทย
  • ทิศทางดัชนีขึ้นอยู่กับผลการเจรจาโดยตรง หากสำเร็จคาดว่าตลาดจะฟื้นตัว (Risk-on) แต่หากล้มเหลวอาจเกิดการปรับฐานลงแรง (Risk-off)

บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX) ประเมินว่า SET แกว่งตัวผันผวน การเจรจาสันติภาพรอบใหม่ที่ปากีสถานในสัปดาห์นี้ยังไม่แน่นอน โดยอิหร่านปฏิเสธเข้าร่วม ทำให้ต้องจับตาท่าทีของสหรัฐฯ ต่อจากนี้หลังขู่ทำลาย โครงสร้างพื้นฐานอิหร่านหากไม่รับข้อเสนอ ขณะที่ช่องแคบฮอร์มุชกลับมาปิดอีกครั้ง ส่งผลราคาน้ำมันขยับขึ้น ด้านต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทยระดับ 3-4 พันล้านบาท ติดต่อกัน 2 วัน บ่งชี้ทยอยลดความเสี่ยง ทางเทคนิค ดัชนีแกว่งตัวบริเวณเส้นค่าเฉลี่ย 10 วัน หากหลุด 1,470 ลงมาจะเป็นสัญญาณที่ไม่ดี

ทั้งนี้ ช่วงสั้นมอง SET เข้าสู่โหมดผันผวน โดยทิศทางดัชนีขึ้นอยู่กับผลเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่านเป็นหลัก ทั้งนี้หากการเจรจามีพัฒนาการเชิงบวกก่อนเส้นตายหยุดยิงจะเป็น Catalyst หนุนให้สินทรัพย์เสียงทั่วโลกเข้าสู่ภาวะ Risk-on โดยคาด SET จะดีดตัวแบบ V-Shape ทะลุแนวต้านที่ 1,500-1,530 จุด แต่หากการเจรจาล้มเหลวจนนำไปสู่การเผชิญหน้าทางทหาร จะส่งผลให้ตลาดกลับเข้าสู่ภาวะ Risk-off คาด SET จะปรับฐานลงแรงไปทดสอบแนวรับที่ 1,450-1,400 จุด 

ดังนั้น กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ "Selective Buy" แบ่งตามระดับความเสี่ยงและความคาดหวังของนักลงทุน 

นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้และคาดได้ข้อตกลงสันติภาพถาวร แนะนำปรับพอร์ตตามกรอบเวลา ดังนี้

1. ระยะสั้น (1-4 สัปดาห์): เน้นเล่นเก็งกำไรตัดสินในหุ้นที่ได้ประโยชน์จากน้ำมันปรับฐานและ Supply Chain ฟื้น อาทิ สายการบิน (AAV THAI) โรงไฟฟ้า SPP (GPSC BGRIM) ท่องเที่ยว (CENTEL ERW MINT) รพ.ระดับบน (BH BDMS) ยานยนต์ (AH SAT) รวมทั้งหุ้น SET50 ที่คาดเป็นเป้า Short Covering โดยราคาหุ้นปรับลงแรงกว่า SET ตั้งแต่วิกฤต ได้แก่ MINT BTS LH BDMS AWC

2. ระยะกลาง (3-6 เดือน) เน้นทยอยสะสมหุ้น Defensive ที่มี High Pricing Power รับมือเงินภาวะ เฟ้อสูงจากฐานราคาน้ำมันใหม่ที่ยังทรงตัวสูงกว่าในอดีต ได้แก่ สื่อสาร (ADVANC TRUE) การแพทย์ (BDMS BH CHG BCH) และพานิชย์ (BJC CPN)

3. ระยะยาว (6-12 เดือน+): เน้นลงทุนหุ้นกลุ่มพลังงานสะอาดและนิคมที่ตอบโจทย์ลดพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลเข้าสู่พลังงานทางเลือกใหม่ ได้แก่ GULF GPSC BGRIM GUNKUL WHA AMATA นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ต่ำและกังวลเจรจายืมเหลว แนะนำถือเงินสดหรือตราสารหนี้สิ้นเพื่อรักษา

ความคล่องตัวและลดผลกระทบจากการปรับขึ้นของ Bond Yield พร้อมรอจังหวะเข้าซื้อสินทรัพย์พื้นฐานดีเมื่อสถานการณ์ชัดเจน ขณะที่ทำ Strategic Hedging ป้องกันพอร์ตด้วยหุ้นที่ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันขาขึ้น อย่าง PTTEP รวมทั้ง PTTGC จากส่วนต่างสเปรตกว้างขึ้นและไม่ได้รับผลกระทบ จากการขาดแคลนวัตถุดิบ โดยถึงจุด Trailing Stop ไว้เสมอหากสถานการณ์ดูเริ่มคลี่คลาย อีกทั้ง แนะนำสะสมหุ้น High Dividend เพื่อสร้างกระแสเงินสดระยะสั้น (สะสมก่อน XD เม.ย.-พ.ค.) โดยเลือกหุ้นที่จ่ายปันผลงวดนี้จากกำไรปี 2568 ซึ่งให้ Div. Yield > 5% ได้แก่ KBANK KKP TISCO BAM AP TLI 

Trading Idea: 1. หุ้น Policy Play ที่ได้ประโยชน์จากมาตรการภาครัฐระยะสั้น อาทิ กลุ่มพานิชย์ (BJC TNP) จากการเติมเงินบัตรสวัสดิการและอุดหนุนค่าน้ำมันกลุ่มขนส่ง กลุ่มรับเหมา (STECON CK) ปรับสูตรคำนวณค่า K และกลุ่มพลังงานสะอาด (GULF GUNKUL BANPU SCC HMPRO GLOBAL AMATA WHA) จากปล่อยสินเชื่อค่าให้แก่ Solar & EV 2. หุ้น Summer Play ที่ได้ประโยชน์จากความ ต้องการซื้อสินค้าคลายร้อนสูงขึ้น ได้แก่ ICHI HTC HMPRO GLOBAL

สำหรับหุ้นแนะนำวันนี้ ได้แก่ SCC ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากเรือของบริษัท 1 จาก 2 ลำเดินทางออกจากช่องแคบฮอร์มุชแล้ว คาดว่าทำให้มีวัตถุดิบผลิตเพียงพอถึงปลาย มิ.ย. - ต้น ก.ค. 569 ด้านกำไรปกติไตรมาส 1/2569 คาดจะปรับขึ้น YoY และ QoQ จากส่วนต่างราคาสินค้าเคมีภัณฑ์ที่ดีขึ้น และส่วนแบ่งกำไรจากธุรกิจซีเมนต์และบรรจุภัณฑ์ เป้าหมายระยะสั้นที่ 238 บาท

CPN ปัจจัยกระตุ้นจากการดำเนินธุรกิจที่มีแนวโน้มแข็งแกร่งต่อเนื่อง จำนวนผู้ใช้บริการมีเติบโตต่อเนื่องและยังไม่เห็นสัญญาณชะลอตัวหลังเกิดสงคราม ยอดขายร้านค้าแข็งแกร่ง ประเมินกำไรสุทธิปี 2569 เติบโต 9.6% ขณะที่ราคาหุ้นช่วงหลังสงครามที่ปรับลงคาดได้สะท้อนความกังวลไประดับหนึ่งแล้ว ส่วนค่าไฟฟ้าที่จะเพิ่มขึ้นยังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ เป้าหมายระยะสั้นที่ 66.50 บาท

ข่าวล่าสุด

สส. พรรคประชาชน คว้าคะแนนสูงสุด นั่งกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน IPU ระดับโลก