ทั่วโลกจับตาเจรจาหยุดยิงสหรัฐ-อิหร่านส่อสะดุด กระทบเศรษฐกิจยาว
สถานการณ์ตะวันออกกลางตึงเครียดต่อ หลังสหรัฐยึดเรืออิหร่าน-เตหะรานขู่ตอบโต้ กระทบเจรจาสันติภาพ ราคาน้ำมันผันผวน ตลาดโลกกังวลเศรษฐกิจกระทบยาว
สถานการณ์หยุดยิงระหว่าง สหรัฐอเมริกา และ อิหร่าน เผชิญความไม่แน่นอนเพิ่มขึ้น หลังฝ่ายสหรัฐประกาศยึดเรือสินค้าสัญชาติอิหร่านที่พยายามฝ่ามาตรการปิดล้อมทางทะเล ขณะที่อิหร่านประกาศเตรียมตอบโต้ ส่งผลให้ความพยายามสร้างสันติภาพในภูมิภาคตะวันออกกลางสั่นคลอน
กองทัพสหรัฐระบุว่าได้เปิดฉากยิงใส่เรือสินค้าติดธงอิหร่าน ก่อนเข้าควบคุมเรือดังกล่าว ขณะแล่นมุ่งหน้าไปยังท่าเรือบันดาร์อับบาส โดย โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ เปิดเผยผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบสิ่งของบนเรือ
ด้านกองทัพอิหร่านระบุว่า เรือดังกล่าวเดินทางมาจาก จีน พร้อมเตือนว่าจะดำเนินการตอบโต้สิ่งที่เรียกว่า “การกระทำอันเป็นโจรสลัดทางอาวุธ” ของสหรัฐในเร็ววัน
ความตึงเครียดดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางความไม่แน่นอนของการเจรจาสันติภาพ โดยอิหร่านประกาศไม่เข้าร่วมการเจรจารอบใหม่ที่สหรัฐพยายามผลักดันก่อนข้อตกลงหยุดยิงจะสิ้นสุดลง ส่งผลให้โอกาสในการยุติความขัดแย้งอย่างยั่งยืนยิ่งเลือนราง
ขณะเดียวกัน สหรัฐยังคงใช้มาตรการปิดล้อมท่าเรืออิหร่าน ขณะที่อิหร่านมีการสลับใช้มาตรการจำกัดการเดินเรือใน ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก คิดเป็นสัดส่วนราว 1 ใน 5 ของปริมาณการค้าน้ำมันทั่วโลก
สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นทันที ขณะที่ตลาดหุ้นผันผวน ท่ามกลางความกังวลว่าการขนส่งพลังงานในอ่าวเปอร์เซียอาจหยุดชะงักอย่างต่อเนื่อง
โมฮัมหมัดเรซา อาเรฟ รองประธานาธิบดีอิหร่าน ระบุผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่า โลกต้องเลือกระหว่าง “ตลาดน้ำมันเสรีสำหรับทุกฝ่าย” หรือ “ความเสี่ยงต้นทุนมหาศาลสำหรับทุกประเทศ” พร้อมวิจารณ์มาตรการของสหรัฐที่จำกัดการส่งออกน้ำมันของอิหร่าน
ก่อนหน้านี้ ทรัมป์ยังได้ขู่ทำลายโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของอิหร่าน หากปฏิเสธเงื่อนไขของสหรัฐ สะท้อนท่าทีแข็งกร้าวที่เพิ่มแรงกดดันต่อสถานการณ์
ขณะที่ ปากีสถาน ในฐานะคนกลางหลัก ได้เตรียมความพร้อมสำหรับการเจรจา โดยมีรายงานว่าเครื่องบินลำเลียงทางทหารของสหรัฐได้ขนอุปกรณ์ด้านความปลอดภัยเข้าสู่กรุงอิสลามาบัด และมีการเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด แม้ยังไม่ชัดเจนว่าการเจรจาจะเกิดขึ้นหรือไม่
ความขัดแย้งที่ยืดเยื้อเข้าสู่สัปดาห์ที่ 8 ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนต่อระบบพลังงานโลกอย่างรุนแรงที่สุดครั้งหนึ่ง โดยราคาน้ำมันพุ่งสูงจากการปิดกั้นเส้นทางขนส่งในภูมิภาค
ทั้งนี้ ความรุนแรงจากการโจมตีทางอากาศและการสู้รบในหลายพื้นที่ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก ขณะที่อิหร่านตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธและโดรนไปยังเป้าหมายในอิสราเอลและประเทศเพื่อนบ้านที่มีฐานทัพสหรัฐ
ด้าน โมฮัมหมัด บาเกอร์ กอลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน ซึ่งเป็นหัวหน้าคณะเจรจา ระบุว่า แม้มีความคืบหน้าในบางประเด็น แต่ทั้งสองฝ่ายยังมีความเห็นต่างอย่างมาก โดยเฉพาะเรื่องนิวเคลียร์และเส้นทางเดินเรือ
ขณะที่พันธมิตรยุโรปของสหรัฐแสดงความกังวลว่า แนวทางการเจรจาของวอชิงตันอาจเร่งรัดข้อตกลงระยะสั้น โดยยังต้องใช้เวลานานในการแก้ไขประเด็นทางเทคนิคที่ซับซ้อนในระยะต่อไป


