นายกฯ วางกรอบงบ70 “ตรงเป้า-แม่นยำ” คุมเพิ่มไม่เกิน 20%
นายกฯ มอบนโยบายงบ70 รับมือโลกผันผวน ตัดรายจ่ายไม่จำเป็น ใช้งบแบบ “ตรงเป้า-แม่นยำ” คุมขอเพิ่มไม่เกิน 20% เน้นลงทุน-ดัน EV และพลังงานสะอาด
KEY
POINTS
- นายกรัฐมนตรีกำหนดทิศทางงบประมาณปี 2570 ให้มีความ “ตรงเป้า แม่นยำ” เพื่อรับมือความผันผวนของโลกและขับเคลื่อนประเทศตามนโยบายหลัก 5 ด้าน
- ตั้งกฎเหล็กให้หน่วยงานของบประมาณเพิ่มได้ไม่เกิน 20% จากปีก่อน และต้องเป็นงบลงทุนเท่านั้น พร้อมสั่งให้ลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น
- อนุมัติกรอบวงเงินงบประมาณรวม 3.788 ล้านล้านบาท โดยเน้นการใช้งบตามหลักความคุ้มค่าและงบประมาณฐานศูนย์ (Zero-based Budgeting)
20 เม.ย. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนามอบนโยบายและแนวทางการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ที่ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี
โดยนางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีได้กำหนดทิศทางการจัดทำงบประมาณปี 2570 โดยชี้ว่า สถานการณ์โลกมีความผันผวนสูง โดยเฉพาะความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ทำให้ภาครัฐต้องปรับตัว ทบทวน และปรับลดงบประมาณในโครงการที่ไม่จำเป็น เพื่อให้การใช้งบเกิดประโยชน์สูงสุด
นายกรัฐมนตรีเน้นว่า การจัดทำงบประมาณปีนี้ต้อง “ตรงเป้า แม่นยำ” และสอดคล้องกับนโยบาย “10 พลัส” เพื่อพาประเทศผ่านวิกฤต ควบคู่การวางรากฐานการพัฒนาอย่างยั่งยืน และเร่งหลุดพ้นกับดักรายได้ปานกลาง โดยกำหนดกรอบนโยบายสำคัญ 5 ด้าน ได้แก่
1. เศรษฐกิจ กระจายรายได้ ปรับโครงสร้าง และหนุนการค้า เกษตร ท่องเที่ยว
2. การต่างประเทศและความมั่นคง ยกระดับบทบาทไทยในเวทีโลก ผลักดันเข้า OECD ภายในปี 2571
3. สังคม ยกระดับการศึกษา สาธารณสุข และความเข้มแข็งของชุมชน
4. ภัยพิบัติและสิ่งแวดล้อม พัฒนาระบบน้ำ มุ่งสู่ Net Zero ปี 2593
5. การบริหารภาครัฐ ปฏิรูปกฎหมาย ใช้ AI เพิ่มประสิทธิภาพ ปราบคอร์รัปชัน
สำหรับกรอบงบประมาณปี 2570 อยู่ที่ 3.788 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนเพียง 7,400 ล้านบาท หรือร้อยละ 0.2 ท่ามกลางภาระรายจ่ายจำเป็นที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้กำชับให้ทุกหน่วยงานใช้งบตามหลักความคุ้มค่า และงบประมาณฐานศูนย์ (Zero-based Budgeting) โดยพิจารณาจากความจำเป็นและความเร่งด่วน พร้อมตั้ง “กฎเหล็ก” ให้การขอเพิ่มงบต้องไม่เกิน 20% ของปีที่ผ่านมา และต้องเป็นงบลงทุนเท่านั้น
ขณะเดียวกัน ให้ลดงบศึกษาดูงานและชะลอก่อสร้างอาคารใหม่ หันไปใช้รูปแบบเช่าหรือร่วมลงทุนรัฐ-เอกชน (PPP) รวมถึงกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้จ่าย
นอกจากนี้ รัฐบาลยังเร่งขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน โดยส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) และ Hybrid ในภาครัฐ รวมถึงติดตั้ง Solar Rooftop ในหน่วยงาน เพื่อรองรับวิกฤตพลังงานในระยะยาว
ในส่วนของด้านความมั่นคงนั้น นายกรัฐมนตรีให้เสริมศักยภาพกองทัพ พัฒนาอาวุธยุทโธปกรณ์ให้ทันสมัย พร้อมวางแผนใช้งบอย่างรอบคอบ เพื่อรักษาอธิปไตยและความมั่นคงของประเทศ
ในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามความร่วมมือเชื่อมโยงข้อมูลด้านงบประมาณระหว่าง 5 หน่วยงาน ได้แก่ สำนักงบประมาณ กรมบัญชีกลาง สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. เพื่อยกระดับความโปร่งใส ลดการทุจริต และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารงบประมาณภาครัฐ


