ทรัมป์เผย อิสราเอล–เลบานอนหยุดยิง เปิดทางเจรจาอิหร่านสุดสัปดาห์นี้
อิสราเอล-เลบานอน หยุดยิง 10 วันเริ่มมีผล ทรัมป์ชี้อิหร่านอาจเจรจาสหรัฐสุดสัปดาห์นี้ สัญญาณบวกยุติสงคราม กระทบราคาน้ำมันและเศรษฐกิจโลก
สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางเริ่มคลี่คลายลง หลังอิสราเอลและเลบานอนประกาศหยุดยิงเป็นระยะเวลา 10 วัน โดยมีผลบังคับใช้เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ขณะที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ เปิดเผยว่า การเจรจาระหว่างสหรัฐกับอิหร่านอาจเกิดขึ้นภายในช่วงสุดสัปดาห์นี้ สร้างความหวังว่าสงครามที่ยืดเยื้ออาจใกล้ยุติลง
ทรัมป์ระบุว่า อิหร่านได้เสนอเงื่อนไขที่จะไม่พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์เป็นระยะเวลานานกว่า 20 ปี ซึ่งถือเป็นประเด็นสำคัญในการเจรจาระหว่างสองฝ่าย หลังจากก่อนหน้านี้การหารือที่กรุงอิสลามาบัดยังไม่สามารถหาข้อยุติได้
“เราจะต้องรอดู แต่ผมคิดว่าเราเข้าใกล้ข้อตกลงกับอิหร่านมากแล้ว” ทรัมป์กล่าวต่อผู้สื่อข่าวหน้าทำเนียบขาว
สงครามกับอิหร่านซึ่งเริ่มต้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ จากปฏิบัติการร่วมของสหรัฐและอิสราเอล ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตหลายพันราย และทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว กลายเป็นแรงกดดันทางการเมืองต่อรัฐบาลสหรัฐ
การหยุดยิงในเลบานอนครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อลดการปะทะระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มเฮซบอลเลาะห์ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน และอาจเป็นก้าวสำคัญสู่ข้อตกลงสันติภาพในวงกว้าง หากสามารถเชื่อมโยงไปสู่การเจรจากับอิหร่านได้สำเร็จ
บรรยากาศในกรุงเบรุต มีการเฉลิมฉลองทันทีที่ข้อตกลงมีผล โดยมีเสียงปืนและจรวดยิงขึ้นฟ้าเพื่อแสดงความยินดี แม้สถานการณ์ยังคงเปราะบาง
ทรัมป์ยังแสดงความเชื่อมั่นว่า หากสามารถบรรลุข้อตกลงกับอิหร่านได้ จะส่งผลให้ราคาน้ำมันและอัตราเงินเฟ้อลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และช่วยลดความเสี่ยงของความขัดแย้งนิวเคลียร์
อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญยังคงอยู่ที่โครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน โดยสหรัฐเสนอให้ระงับกิจกรรมทั้งหมดเป็นเวลา 20 ปี ขณะที่อิหร่านเสนอเพียง 3–5 ปี นอกจากนี้ สหรัฐยังต้องการให้อิหร่านส่งออกยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงออกนอกประเทศ ขณะที่อิหร่านเรียกร้องให้ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรระหว่างประเทศ
อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันและก๊าซประมาณหนึ่งในห้าของโลก การปิดช่องแคบดังกล่าวได้สร้างแรงสั่นสะเทือนต่อเศรษฐกิจโลกอย่างรุนแรง และทำให้กองทุนการเงินระหว่างประเทศต้องปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจ
รายงานระบุว่า ผู้บัญชาการกองทัพปากีสถาน ซึ่งทำหน้าที่เป็นคนกลาง ได้เดินทางไปยังกรุงเตหะรานและสามารถสร้างความคืบหน้าในประเด็นสำคัญบางส่วน แม้ยังไม่มีข้อยุติที่ชัดเจน
ทั้งนี้ หากการเจรจาสามารถนำไปสู่ข้อตกลงถาวร อาจส่งผลให้มีการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง พร้อมทั้งนำไปสู่การผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตร และการปลดล็อกทรัพย์สินของอิหร่านในต่างประเทศ ซึ่งจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจโลก


