สงครามเข้าทางเก็งกำไร ตลาดล่วงหน้าลุ้นราคาน้ำมันแตะ 150 เหรียญ
นักลงทุนแห่เก็งกำไรน้ำมันตลาดล่วงหน้าพุ่งแตะ 150 ดอลลาร์ เหตุสงครามตะวันออกกลางกระทบอุปทานโลก เสี่ยงวิกฤตราคาพลังงานรุนแรง
ตลาดน้ำมันโลกกำลังเผชิญความผันผวนอย่างรุนแรง หลังนักลงทุนจำนวนมากหันไปเก็งกำไรผ่านตลาดออปชัน โดยคาดการณ์ว่าราคาน้ำมันดิบเบรนท์อาจพุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่อย่างน้อย 150 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลภายในสิ้นเดือนเมษายน ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังคงส่งผลกระทบต่ออุปทานผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
ปัจจุบัน ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนพฤษภาคมเคลื่อนไหวอยู่ที่ราว 107 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยปรับตัวเพิ่มขึ้นเกือบ 50% นับตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นช่วงเริ่มต้นของสงครามระหว่างสหรัฐ อิสราเอล และอิหร่าน ส่งผลให้การขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซถูกจำกัดอย่างมีนัยสำคัญ
ข้อมูลจากตลาดอนุพันธ์ชี้ให้เห็นว่า ปริมาณการเดิมพันว่าราคาน้ำมันจะพุ่งแตะระดับ 150 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลภายในสิ้นเดือนเมษายน เพิ่มขึ้นถึง 10 เท่าในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งหากเกิดขึ้นจริง จะทำลายสถิติเดิมที่ 147 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งเคยเกิดขึ้นในปี 2551 จากภาวะอุปสงค์ที่สูงเกินกำลังการผลิต
สัญญาออปชันประเภท Call ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ถือสามารถซื้อน้ำมันดิบเบรนท์ล่วงหน้าในราคา 150 ดอลลาร์ มีปริมาณการถือครองเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยข้อมูลจาก ICE ระบุว่า สัญญาที่ครบกำหนดปลายเดือนเมษายนมีจำนวนเพิ่มขึ้นเกือบ 10 เท่าเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า
นักวิเคราะห์จากบริษัท Energy Aspects ระบุว่า การเพิ่มขึ้นของออปชันดังกล่าวสะท้อนให้นักลงทุนเห็นถึง “ความเสี่ยงปลายทาง” (tail risk) ของสถานการณ์ความขัดแย้ง พร้อมทั้งพยายามบริหารความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนที่อาจเกิดขึ้น โดยเตือนว่าหากราคาน้ำมันแตะระดับ 150 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล อาจก่อให้เกิด “แรงกระแทกด้านอุปสงค์” (demand shock) อย่างมีนัยสำคัญ
ขณะเดียวกัน ข้อมูลยังระบุว่า ความสนใจในสัญญาออปชันที่ระดับราคาสูงกว่า เช่น 160 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจากศูนย์เป็นกว่า 14,000 สัญญา ขณะที่ระดับ 200–240 ดอลลาร์มีมูลค่ารวมราว 1 พันล้านดอลลาร์ และยังพบความสนใจในระดับ 300 ดอลลาร์ แม้จะยังมีจำกัด
อย่างไรก็ตาม สัญญาที่มีการถือครองมากที่สุดยังคงอยู่ที่ระดับราคา 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สะท้อนว่านักลงทุนยังคงประเมินความเป็นไปได้ของหลายสถานการณ์
ปัจจุบัน อุปทานน้ำมันราวหนึ่งในห้าของโลกยังคงติดค้างอยู่ในอ่าวเปอร์เซีย เนื่องจากข้อจำกัดด้านการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ต้นทุนด้านพลังงาน รวมถึงค่าขนส่งและประกันภัย ปรับตัวสูงขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบหลายปี
นักวิเคราะห์มองว่า หากมีสัญญาณการกลับมาของการขนส่งทางทะเลผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างมีนัยสำคัญ ตลาดอาจปรับมุมมองต่อราคาน้ำมันใหม่ทันที
ในอีกด้านหนึ่ง การถือครองสัญญา Put Option ซึ่งเป็นการเก็งกำไรราคาน้ำมันขาลง ยังคงกระจุกตัวในช่วงราคาต่ำกว่าระดับปัจจุบัน โดยอยู่ระหว่าง 45–70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แม้จะมีการเพิ่มขึ้น แต่ยังเติบโตช้ากว่าฝั่งขาขึ้นอย่างชัดเจน


