ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก ราคาน้ำมันพุ่ง สงครามอิหร่านยังสับสน
ตลาดหุ้นสหรัฐดิ่งแรงจากความตึงเครียดตะวันออกกลางที่มีแนวโน้มทวีความรุนแรง ดันราคาน้ำมันพุ่ง กดดันเงินเฟ้อ ราคาทองค่ำร่วงต่อ
ตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงในวันพฤหัสบดี โดยดัชนี Nasdaq ร่วงลงมากกว่า 2% ยืนยันการเข้าสู่ “ภาวะปรับฐาน” (Correction) ขณะที่ดัชนี S&P 500 และ Dow Jones ต่างปรับตัวลดลงมากกว่า 1% ท่ามกลางความวิตกกังวลของนักลงทุนต่อสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่มีแนวโน้มทวีความรุนแรง
แรงกดดันหลักมาจากความไม่แน่นอนของสงครามระหว่างสหรัฐและอิสราเอลกับอิหร่าน ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และเพิ่มความกังวลเกี่ยวกับแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ
ทั้งนี้ การปรับตัวลดลงดังกล่าวนับเป็นการร่วงลงรายวันที่รุนแรงที่สุดของดัชนี Nasdaq และ S&P 500 นับตั้งแต่วันที่ 20 มกราคมที่ผ่านมา
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ระบุว่า อิหร่านจำเป็นต้องบรรลุข้อตกลงกับสหรัฐ มิฉะนั้นจะเผชิญกับแรงกดดันทางทหารอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งไม่ปฏิเสธความเป็นไปได้ในการเข้าควบคุมทรัพยากรน้ำมันของอิหร่าน ขณะที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านให้ความเห็นว่าข้อเสนอจากสหรัฐ “ไม่เป็นธรรมและเข้าข้างฝ่ายเดียว” แม้จะยืนยันว่าช่องทางการทูตยังไม่สิ้นสุด
อย่างไรก็ตาม หลังตลาดปิดทำการ ดัชนีฟิวเจอร์สปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อย เมื่อทรัมป์เปิดเผยว่า จะชะลอการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่านเป็นเวลา 10 วัน จนถึงวันที่ 6 เมษายน ตามคำร้องขอของรัฐบาลอิหร่าน พร้อมระบุว่าการเจรจา “เป็นไปด้วยดีมาก”
ก่อนหน้านี้ การขาดสัญญาณความคืบหน้าในการเจรจาทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูง โดยน้ำมันดิบสหรัฐปรับเพิ่มขึ้น 4.6% ขณะที่น้ำมันดิบเบรนท์เพิ่มขึ้น 5.7% ส่งผลให้ตลาดหุ้นลบล้างกำไรจากวันก่อนหน้า ซึ่งนักลงทุนเคยคาดหวังถึงการลดความตึงเครียดของสถานการณ์
สำหรับตัวเลขปิดตลาด ดัชนี Dow Jones ลดลง 469.38 จุด หรือ 1.01% ปิดที่ 45,960.11 จุด ดัชนี S&P 500 ลดลง 114.74 จุด หรือ 1.74% ปิดที่ 6,477.16 จุด และดัชนี Nasdaq ลดลง 521.74 จุด หรือ 2.38% ปิดที่ 21,408.08 จุด
ทั้งนี้ ดัชนี Nasdaq ซึ่งมีสัดส่วนหุ้นเทคโนโลยีสูง ปรับตัวลดลงรวม 10.7% จากระดับสูงสุดเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม ยืนยันการเข้าสู่ภาวะปรับฐาน ซึ่งหมายถึงการปรับลดลงอย่างน้อย 10% จากจุดสูงสุดล่าสุด
ด้านตลาดพลังงาน ราคาน้ำมันปิดปรับตัวเพิ่มขึ้นอีกครั้ง หลังความหวังต่อการยุติสงครามอย่างรวดเร็วลดลง โดยน้ำมันดิบเบรนท์ปรับเพิ่มขึ้น 5.79 ดอลลาร์ หรือ 5.7% ปิดที่ 108.01 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบเวสต์เทกซัส (WTI) เพิ่มขึ้น 4.16 ดอลลาร์ หรือ 4.6% ปิดที่ 94.48 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ในส่วนของตลาดทองคำ ราคาทองคำปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าและราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้น โดยราคาทองคำสปอตลดลง 130 ดอลลาร์ หรือ 2.9% อยู่ที่ 4,376.1 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่สัญญาทองคำล่วงหน้าสำหรับเดือนเมษายนลดลง 175.4 ดอลลาร์ หรือ 3.9% ปิดที่ 4,376.9 ดอลลาร์ต่อออนซ์


