ทรัมป์ประกาศขยายการพักโจมตีอิหร่าน 10 วัน ย้ำเจรจาคืบหน้า
สหรัฐขยายการชะลอโจมตีโครงสร้างพลังงานอิหร่าน 10 วัน เปิดทางเจรจา แม้ความขัดแย้งยังรุนแรง ราคาน้ำมันพุ่ง กดดันเศรษฐกิจโลก
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ประกาศชะลอการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่านเป็นระยะเวลา 10 วัน ตามคำร้องขอจากรัฐบาลเตหะราน พร้อมระบุว่าการเจรจาระหว่างทั้งสองฝ่าย “กำลังดำเนินไปด้วยดีอย่างมาก”
การประกาศดังกล่าวมีขึ้นผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social ภายหลังทรัมป์เพิ่งแสดงท่าทีแข็งกร้าวในการประชุมคณะรัฐมนตรีที่ทำเนียบขาว โดยเตือนว่าจะเพิ่มแรงกดดันต่ออิหร่าน หากไม่ยอมบรรลุข้อตกลงกับสหรัฐ
ทรัมป์ระบุว่า การระงับการโจมตีจะมีผลจนถึงวันที่ 6 เมษายน 2569 เวลา 20.00 น. ตามเวลาสหรัฐฝั่งตะวันออก โดยย้ำว่าการเจรจายังคงดำเนินต่อเนื่อง แม้จะมีความเห็นที่ขัดแย้งจากสื่อและฝ่ายอื่น
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านเปิดเผยว่า ข้อเสนอ 15 ข้อของสหรัฐเพื่อยุติสงครามที่ยืดเยื้อมานานเกือบ 4 สัปดาห์นั้น “ไม่เป็นธรรมและเข้าข้างฝ่ายเดียว” แม้จะยอมรับว่ากระบวนการทางการทูตยังไม่สิ้นสุด
สถานการณ์ความขัดแย้งที่ยืดเยื้อได้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจโลก โดยราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้นเกือบ 40% ขณะที่การส่งออกก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ไปยังเอเชียเพิ่มขึ้นเกือบ 67% และราคาปุ๋ยไนโตรเจนซึ่งมีความสำคัญต่อการผลิตอาหารพุ่งขึ้นเกือบ 50%
แม้สหรัฐจะส่งสัญญาณเชิงบวกต่อการเจรจา แต่อิหร่านยังคงเดินหน้าตอบโต้การโจมตีของสหรัฐและอิสราเอล โดยยิงขีปนาวุธโจมตีเป้าหมายในอิสราเอล รวมถึงฐานทัพสหรัฐ และยังขยายการโจมตีไปยังรัฐอ่าวอาหรับ พร้อมทั้งปิดกั้นเส้นทางส่งออกพลังงานสำคัญผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
ทรัมป์ยังระบุว่า หากอิหร่านไม่ปฏิบัติตามข้อเรียกร้องของสหรัฐ ซึ่งรวมถึงการเปิดช่องแคบฮอร์มุซและยุติโครงการนิวเคลียร์ สหรัฐจะกลายเป็น “ฝันร้ายที่สุด” ของอิหร่าน พร้อมทั้งไม่ปฏิเสธความเป็นไปได้ในการเข้าควบคุมทรัพยากรน้ำมัน
ในด้านการเจรจา สหรัฐได้ส่งข้อเสนอ 15 ประเด็นผ่านประเทศปากีสถาน ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวกลาง โดยมีประเทศอื่น เช่น ตุรกี และอียิปต์ ร่วมสนับสนุนความพยายามในการไกล่เกลี่ย อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่าการเจรจายังเผชิญอุปสรรคสำคัญ เนื่องจากทั้งสองฝ่ายยังคงยืนกรานในเงื่อนไขของตนเอง
อิหร่านเรียกร้องหลักประกันว่าจะไม่ถูกโจมตีอีกในอนาคต รวมถึงการชดเชยความเสียหายจากสงคราม และการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซอย่างเป็นทางการ ขณะที่ยังเสนอให้รวมประเด็นเลบานอนในข้อตกลงหยุดยิง
ด้านสถานการณ์ภาคสนามยังคงตึงเครียด โดยอิหร่านยิงขีปนาวุธหลายระลอกโจมตีเมืองสำคัญของอิสราเอล เช่น เทลอาวีฟและไฮฟา ส่งผลให้เกิดความเสียหายต่ออาคารและยานพาหนะ ขณะที่ฝั่งอิสราเอลยังคงเดินหน้าปฏิบัติการโจมตีในอิหร่าน รวมถึงเป้าหมายทางทหารและโครงสร้างพื้นฐาน
แม้สหรัฐจะส่งทหารจำนวนมากเข้าสู่ตะวันออกกลาง ท่ามกลางการคาดการณ์ถึงความเป็นไปได้ของการบุกภาคพื้นดิน แต่รายละเอียดปฏิบัติการยังไม่ชัดเจน


