สถานการณ์ ตะวันออกกลาง ยังรุนแรง กระทบความมั่นคงทางพลังงาน
กระทรวงต่างประเทศ สรุปสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง 21 มี.ค.ยังคงมีความรุนแรง กระทบความมั่นคงด้านพลังงานโลก
กระทรวงต่างประเทศ สรุปสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง วันที่ 21 มีนาคม 2569 ของศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ว่า สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงมีความรุนแรง โดยคู่ขัดแย้งหลัก
รวมถึงกลุ่มฮิซบุลลอฮ์ยัง คงโจมตีตอบโต้กันอย่างต่อเนื่อง และมีการขยายการโจมตีไปยังโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในหลายประเทศของภูมิภาค ซึ่งส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจและความมั่นคงด้านพลังงานของโลกมากขึ้น
ขณะเดียวกัน สถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุสยังคงมีความตึงเครียดสูง โดยมีการปฏิบัติการทางทหารใกล้ชายฝั่งอิหร่านเพื่อเปิดเส้นทางเดินเรืออีกครั้งโดยฝ่ายสหรัฐฯ และอิสราเอล และกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ระบุถึงแผนการส่งกำลังนาวิกโยธินเพิ่มเติมเข้าสู่ภูมิภาคตะวันออกกลาง
ล่าสุด ทางการอิหร่านยืนยันว่า โฆษกกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) เสียชีวิตจากการโจมตีทางอากาศโดยอิสราเอล
ในส่วนของประเทศไทย กระทรวงการต่างประเทศได้ออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2569 กรณีการเสียชีวิตของแรงงานไทยในอิสราเอลจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยย้ำการเรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกลับสู่กระบวนการเจรจาและการทูตโดยเร็วที่สุด เพื่อยุติสถานการณ์ความตึงเครียดตามหลักกฏหมายระหว่างประเทศ และกฎบัตรสหประชาชาติ โดยให้ความสำคัญแก่ความปลอดภัยของพลเรือน และการเดินเรือสินค้าผ่านช่องแคบฮอร์มุส
ในส่วนของแรงงานไทยในอิสราเอล 1 คนที่เสียชีวิตจากสะเก็ดระเบิด สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ยังคงประสานงานกับรัฐบาลอิสราเอลอย่างใกล้ชิด เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนในการส่งร่างผู้เสียชีวิตกลับประเทศไทยโดยเร็ว นอกจากนี้ กระทรวงการต่างประเทศร่วมกับกระทรวงแรงงานอยู่ระหว่างติดตามเรื่องเงินชดเชยและสิทธิประโยชน์ที่เกี่ยวข้องจากทางการอิสราเอล
ในส่วนของการให้ความช่วยเหลือลูกเรือไทย 3 คนบนเรือ “มยุรีนารี” ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้ระบุในการแถลงข่าวเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2569 ฝ่ายไทยได้ประสานขอความช่วยเหลือไปยังทางการโอมานและอิหร่าน เพื่อพิจารณาแนวทางเข้าช่วยเหลือลูกเรือไทยทั้ง 3 คน ซึ่งทั้งสองฝ่ายได้แสดงความพร้อมที่จะติดตามและพิจารณาให้ความช่วยเหลือ ขณะเดียวกัน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทยกำลังร่วมกันประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของโอมานและอิหร่านอย่างต่อเนื่อง เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือที่ปลอดภัยที่สุด แม้การดำเนินการยังมีข้อจำกัดจากสถานการณ์ด้านความมั่นคงในพื้นที่
กระทรวงการต่างประเทศขอให้ชาวไทยในภูมิภาคตะวันออกกลางติดตามสถานการณ์จากช่องทางทางการ เพื่อประเมินสถานการณ์ความปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ และปฏิบัติตามคำแนะนำของทางการอย่างเคร่งครัด
ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ มีคนไทยที่ได้รับความช่วยเหลือเพื่อให้ออกจากประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลาง มายังประเทศไทยหรือไปประเทศที่สาม รวมทั้งสิ้น 1,283 คน
รัฐบาลไทยยึดมั่นในการให้ความช่วยเหลือคนไทยในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบให้ออกจากพื้นที่อันตรายในโอกาสแรกด้วยความปลอดภัย


