เศรษฐกิจ-ตลาดซบเซา 3 เดือน ไร้เงาไอพีโอ ก.ล.ต. งัดแผน IPO Streamline เร่งฟื้น
3 เดือนแรกปี 69 ไร้เงาหุ้นเข้าใหม่ เหตุตลาดซบเซาและเศรษฐกิจชะลอตัว ก.ล.ต. เร่งแผน IPO Streamline ดึงบริษัทต่างชาติระดมทุน แก้ Primary Listing หวังกระตุ้นการลงทุนให้กลับมาคึกคัก
KEY
POINTS
- ตลาดหุ้นไทยซบเซาอย่างหนัก โดยในช่วง 3 เดือนแรกของปีไม่มีหุ้นเสนอขายครั้งแรก (IPO) เข้าจดทะเบียนใหม่เลย
- สาเหตุหลักมาจากสภาวะตลาดที่ไม่เอื้ออำนวยและเศรษฐกิจที่ขาดแรงขับเคลื่อน ทำให้บริษัทต่าง ๆ ชะลอการระดมทุนเพื่อรอจังหวะที่เหมาะสม
- ก.ล.ต. เตรียมใช้แผน "IPO Streamline" เพื่อฟื้นฟูตลาด โดยมุ่งปรับปรุงกระบวนการระดมทุนให้มีประสิทธิภาพ ดึงดูดบริษัทต่างชาติ และสนับสนุนธุรกิจขนาดเล็ก
ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา ตลาดทุนไทยเผชิญกับความท้าทายอย่างหนัก โดยเฉพาะสถิติการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนแก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) ที่จำนวนลดลงอย่างต่อเนื่อง
ย้อนสถิติ IPO 4 ปี ลดลงต่อเนื่อง
หากพิจารณาข้อมูลย้อนหลังจะเห็นภาพการถดถอยที่ชัดเจน ดังนี้
ปี 2565
- หุ้น IPO เข้าจดทะเบียน: 42 หลักทรัพย์ (SET 22 หลักทรัพย์, PFUND/REIT 2 หลักทรัพย์ และ mai 18 หลักทรัพย์)
- มูลค่าระดมทุน: 97,852.50 ล้านบาท
- มูลค่าเสนอขาย: 127,835.82 ล้านบาท
- มูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคา IPO: 506,545.49 ล้านบาท
ปี 2566
- หุ้น IPO เข้าจดทะเบียน: 40 หลักทรัพย์ (SET 20 หลักทรัพย์ และ mai 20 หลักทรัพย์)
- มูลค่าระดมทุน: 38,259.50 ล้านบาท
- มูลค่าเสนอขาย: 45,306.19 ล้านบาท
- มูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคา IPO: 173,717.04 ล้านบาท
ปี 2567
- หุ้น IPO เข้าจดทะเบียน: 32 หลักทรัพย์ (SET 14 หลักทรัพย์ และ mai 18 หลักทรัพย์)
- มูลค่าระดมทุน: 20,450.89 ล้านบาท
- มูลค่าเสนอขาย: 28,745.25 ล้านบาท
- มูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคา IPO: 112,806.42 ล้านบาท
ปี 2568
- หุ้น IPO เข้าจดทะเบียน: 18 หลักทรัพย์ (SET 6 หลักทรัพย์ และ mai 12 หลักทรัพย์)
- มูลค่าระดมทุน: 8,151.70 ล้านบาท
- มูลค่าเสนอขาย: 12,453.24 ล้านบาท
- มูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคา IPO: 77,759.68 ล้านบาท
มาในปี 2569 สถานการณ์หุ้น IPO ดูเหมือนจะย่ำแย่หนักกว่าในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา สะท้อนจากในช่วง 3 เดือนแรก ยังไม่มีหุ้น IPO เข้าใหม่ แม้แต่ตัวเดียว
เปิดโผ “Pipeline” 8 หลักทรัพย์
แม้ต้นปี 2569 จะยังเงียบเหงา แต่จากข้อมูลของตลาดหลักทรัพย์ฯ พบว่า มีหลักทรัพย์เตรียม IPO จำนวน 8 หลักทรัพย์ แบ่งเป็น
1.บริษัทได้รับอนุญาตแบบคำขอให้เสนอขายหลักทรัพย์ที่ออกใหม่แล้ว (Approved) 5 หลักทรัพย์
- SET จำนวน 2 หลักทรัพย์ ได้แก่ บริษัท ยูนิคพลาสติก อินดัสตรี จำกัด (มหาชน) หรือ UNIX และ บริษัท ไทยน้ำทิพย์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TNCC
- REIT จำนวน 1 หลักทรัพย์ ได้แก่ ทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ออนิกซ์ หรือ ONYXRT
- mai จำนวน 2 หลักทรัพย์ ได้แก่ บริษัท ไทยอีสเทิร์น ไบโอ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ TEBP และ บริษัท เพ็ทพัล โปรดักส์ จำกัด (มหาชน) หรือ PETPAL
2.บริษัทยื่นแบบ filing ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) แล้ว (Submitted) จำนวน 3 หลักทรัพย์
- mai จำนวน 3 หลักทรัพย์ ได้แก่ บริษัท กลุ่มภัทร จำกัด (มหาชน) หรือ PHAT, บริษัท ควิก ทรานส์ฟอร์เมชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ QUICK และ บริษัท แกรนด์ คอส กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MER
ทั้งนี้ บริษัทส่วนใหญ่ใน Pipeline เป็นกลุ่มที่ชะลอการเสนอขายมาจากปีที่แล้ว เพื่อรอดูจังหวะตลาด
ทำไม IPO ไทยถึง “ซบเซา” มุมมองจาก ก.ล.ต.
นางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ ก.ล.ต. ได้วิเคราะห์สาเหตุหลักที่ทำให้สถานการณ์ IPO ชะลอตัวไว้ 3 ประเด็นสำคัญ
- สภาวะตลาดไม่เอื้ออำนวย: ก.ล.ต. มองว่าปัจจัยสำคัญที่สุดไม่ใช่กฎเกณฑ์การกำกับดูแล แต่เป็นเพราะตลาดหุ้นที่ขาดความร้อนแรงทำให้นักลงทุนและเจ้าของกิจการมองว่าการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตอนนี้เป็นการ “เสียของ” เนื่องจากจะไม่ได้รับราคาที่สะท้อนมูลค่าที่แท้จริง
- ขาดแรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ: ธุรกิจขาดแรงจูงใจในการระดมทุนเพื่อขยายกิจการ เนื่องจากภาพรวมเศรษฐกิจไทยยังยังขาดแรงขับเคลื่อนที่ชัดเจน
- ผลจากเกณฑ์มาตรฐานบัญชีใหม่: ในอดีตมีการเร่งนำบริษัทเข้าจดทะเบียนก่อนที่เกณฑ์ PAEs จะมีผลบังคับใช้ ทำให้ปัจจุบันสถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติที่ดูเบาบางลงกว่าช่วงที่ผ่านมา
เปรียบเทียบบริบทของไทยกับภูมิภาค
เมื่อเปรียบเทียบบริบทของไทยกับประเทศในภูมิภาค พบว่า
- อินโดนีเซีย: มีจำนวน IPO สูง จากการนำรัฐวิสาหกิจ (State-Owned Enterprises) มาแปรสภาพและจดทะเบียน
- สิงคโปร์: เน้นการดึงดูดบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ เช่น Data Center และมีการจัด “แพ็กเกจ” จูงใจที่ครอบคลุมมากกว่าแค่เรื่องเกณฑ์การรับหลักทรัพย์
- มาเลเซีย: มีจำนวนบริษัทจดทะเบียนในตลาด Growth Market จำนวนมาก ซึ่งเป็นบริษัทขนาดเล็กที่ไม่ได้ผ่านการคัดกรองเข้มข้นจากหน่วยงานกำกับดูแล
ก.ล.ต. ไม่นิ่งนอนใจ เดินแผน “IPO Streamline”
เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ก.ล.ต. กำลังเดินหน้าแผน “IPO Streamline” เพื่อปรับปรุงกระบวนการระดมทุนให้มีประสิทธิภาพ โดยมุ่งเน้นในมิติต่าง ๆ
- การดึงดูดทุนต่างชาติ: มุ่งเป้าไปที่บริษัทต่างชาติ โดยเฉพาะบริษัทจีน ที่เข้ามาลงทุนทางตรงในไทย รวมถึงการปรับแก้หลักเกณฑ์ Primary Listing เพื่อเอื้อให้บริษัทเหล่านี้จดทะเบียนได้สะดวกขึ้น
- การบูรณาการภาครัฐ: ร่วมมือกับ BOI และตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อลดอุปสรรคในกฎเกณฑ์และสร้างสภาพแวดล้อมที่ดึงดูดการลงทุน
- การสนับสนุน SMEs และ Startups: สนับสนุนการระดมทุนผ่าน Crowdfunding (ซึ่งปัจจุบันเติบโตดีในฝั่งตราสารหนี้) และตลาด LiVEx เพื่อให้บริษัทขนาดเล็กเข้าถึงแหล่งเงินทุนด้วยต้นทุนที่ไม่สูงเกินไป


