สกัดของแพง! จ่อประกาศ 6 สินค้าควบคุม ต้องขออนุญาตก่อนขึ้นราคา
กรมการค้าภายใน ตรึงราคาสินค้าอุปโภคบริโภคไปจนถึงเดือนเมษายน เตรียมยกระดับ 6 สินค้าให้เป็นสินค้าควบคุมที่ต้อง "ขออนุญาตก่อนปรับขึ้นราคาสินค้า"
KEY
POINTS
- กรมการค้าภายใน จับมือ 9 ผู้ผลิตรายใหญ่ ตรึงราคาสินค้าอุปโภคบริโภคไปจนถึงเดือนเมษายน เพื่อรับมือต้นทุนที่ผันผวนจากวิกฤตตะวันออกกลาง
- เตรียมยกระดับ 6 สินค้าจำเป็น (เช่น กระดาษชำระ แชมพู ผงซักฟอก) ให้เป็นสินค้าควบคุมที่ต้อง "ขออนุญาตก่อนปรับขึ้นราคาสินค้า"
- สั่งตรวจเข้มการชั่งตวงวัดแก๊สหุงต้ม และเล็งแก้กฎหมายให้ผู้ประกอบการคลังสินค้าต้องแจ้งข้อมูลสต็อก เพื่อป้องกันการกักตุน
นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์สินค้าร่วมกับ 9 ผู้ประกอบการราคาสินค้าอุปโภคบริโภครายใหญ่ ได้แก่ ยูนิลีเวอร์, สหพัฒน์, พีแอนด์จี, นีโอ, โอสถสภา, บีเจซี, เอฟแอนด์เอ็น, เนสท์เล่ และดัชมิลล์
เพื่อประเมินผลกระทบจากวิกฤตตะวันออกกลางที่อาจส่งผลต่อต้นทุนวัตถุดิบและการขนส่ง โดยเฉพาะกลุ่มบรรจุภัณฑ์และขวดพลาสติกที่เกี่ยวเนื่องกับราคาน้ำมันดิบ ซึ่งหากสถานการณ์ยืดเยื้ออาจกระทบต่อโครงสร้างราคาในอนาคต
9 บิ๊กบริษัทรับลูก ตรึงราคาสินค้าอุปโภคบริโภคถึงเมษายน
อธิบดีกรมการค้าภายใน ระบุว่า นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้สั่งการให้ติดตามประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ซึ่งจากการหารือ ผู้ประกอบการทั้ง 9 รายยืนยันตรงกันว่า
ปัจจุบันสต็อกสินค้ายังมีเพียงพอต่อความต้องการของประชาชน และสามารถตรึงราคาสินค้าออกไปได้อย่างน้อยจนถึงเดือนเมษายน
ขณะเดียวกัน กระทรวงพาณิชย์ได้เร่งประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อลดภาระต้นทุนการผลิตให้แก่ผู้ประกอบการ โดยดำเนินการลดขั้นตอนและข้อจำกัดต่างๆ เพื่อให้ราคาเป็นไปตามกลไกตลาดอย่างเหมาะสม พร้อมทั้งจัดหาวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ที่มีข้อจำกัดด้านปริมาณ อาทิ เม็ดพลาสติก กำมะถัน และสารโซเวนท์
โดยตั้งเป้าให้มีเม็ดพลาสติกเพียงพอไปจนถึงเดือนพฤษภาคม ตลอดจนเตรียมเจรจากับทางการเกาหลีใต้เพื่อขอผ่อนผันการส่งออกสารโซเวนท์ และเร่งหาแหล่งนำเข้าวัตถุดิบสำรองอื่นๆ เพิ่มเติมโดยด่วน
ยกระดับ 6 สินค้าจำเป็น ต้องขออนุญาตก่อน "ขึ้นราคาสินค้า"
เพื่อเป็นการดูแลค่าครองชีพและป้องกันการเอาเปรียบผู้บริโภค กรมการค้าภายในเตรียมอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 ยกระดับมาตรการสำหรับสินค้าควบคุมและสินค้าจำเป็น
จากเดิมที่กำหนดให้ผู้ประกอบการเพียง "แจ้งการเปลี่ยนแปลงราคา" เปลี่ยนเป็น "ต้องขออนุญาตก่อนปรับขึ้นราคาสินค้าทุกครั้ง" โดยครอบคลุมสินค้า 6 รายการ ได้แก่
- กระดาษชำระและกระดาษเช็ดหน้า
- แชมพู
- ผงซักฟอกและน้ำยาซักฟอก
- ผลิตภัณฑ์ล้างจาน
- ผ้าอนามัย
- สบู่
ทั้งนี้ จะมีการเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องในสัปดาห์หน้า ก่อนนำเสนอให้คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) ซึ่งมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เป็นประธาน พิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป
คุมเข้มก๊าซหุงต้ม-แก้กฎหมายคลังสินค้า สกัดการกักตุน
ในมิติของการตรวจสอบ กรมการค้าภายในได้สั่งการให้บังคับใช้กฎหมายมาตราชั่งตวงวัด เพื่อตรวจสอบปริมาณบรรจุแก๊สหุงต้มตามโรงบรรจุและร้านค้าปลีกอย่างเคร่งครัด นอกจากนี้ ยังอยู่ระหว่างพิจารณาปรับปรุงแก้ไขกฎหมายคลังสินค้า ไซโล และห้องเย็น ให้ครอบคลุมถึง "คลังที่เก็บสินค้าของตนเอง"
โดยจะกำหนดให้ผู้ประกอบการต้องแจ้งข้อมูลสต็อกสินค้า เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบปริมาณที่แท้จริงในระบบ ป้องกันการกักตุนเก็งกำไร และบริหารจัดการสินค้าให้เพียงพอต่อความต้องการ
"กรมการค้าภายในจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และพร้อมดำเนินมาตรการทันทีหากพบการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาสินค้าโดยไม่มีเหตุอันสมควร เพื่อสร้างความเป็นธรรมและรักษาเสถียรภาพราคา หากประชาชนพบเห็นการกักตุนหรือฉวยโอกาส สามารถแจ้งได้ทันทีที่สายด่วน DIT โทร 1569" นายวิทยากร กล่าวย้ำในตอนท้าย พร้อมยืนยันความมุ่งมั่นในการตรึงราคาสินค้าเพื่อช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์ปัจจุบัน


