posttoday

ราคาน้ำมันโลกดิ่งแรง 11% หลังทรัมป์ชี้สงครามอิหร่านใกล้ยุติ

11 มีนาคม 2569

ตลาดน้ำมันโลกร่วงหนักสุดในรอบกว่า 2 ปี หลังโดนัลด์ ทรัมป์ส่งสัญญาณสงครามอิหร่านอาจยุติเร็ว ขณะความเสี่ยงช่องแคบฮอร์มุซเริ่มคลี่คลาย

ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงเมื่อวันอังคาร โดยร่วงมากกว่า 11% ซึ่งถือเป็นการปรับลดรายวันรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2022 หลังจากประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ส่งสัญญาณว่าสงครามกับอิหร่านที่สร้างความปั่นป่วนต่อการส่งออกน้ำมันทั่วโลก อาจยุติลงในเวลาไม่นาน

 

สัญญาน้ำมันดิบ เบรนท์ (Brent) ปรับลดลง 11.16 ดอลลาร์ หรือราว 11% ปิดตลาดที่ 87.80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ เวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต (WTI) ของสหรัฐฯ ลดลง 11.32 ดอลลาร์ หรือ 11.9% ปิดที่ 83.45 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ทั้งสองดัชนีถือเป็นการลดลงรายวันที่มากที่สุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2022 หลังจากเพิ่งพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 4 ปีเมื่อวันก่อนหน้า

ราคาน้ำมันโลกดิ่งแรง 11% หลังทรัมป์ชี้สงครามอิหร่านใกล้ยุติ

 

ตลาดคลายกังวลช่องแคบฮอร์มุซ

 

ในระหว่างการซื้อขายช่วงกลางวัน ราคาน้ำมันปรับลดลงเพิ่มเติม หลังคริส ไรต์ รัฐมนตรีพลังงานสหรัฐฯ ระบุผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า กองทัพสหรัฐได้ช่วยอำนวยความสะดวกในการส่งออกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันสำคัญของโลก

 

เขาระบุว่า กองทัพเรือสหรัฐฯ ได้คุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซสำเร็จ เพื่อให้การส่งออกน้ำมันสู่ตลาดโลกดำเนินต่อไปได้ แม้โพสต์ดังกล่าวจะถูกลบออกในเวลาต่อมา แต่ก็ช่วยลดแรงกังวลด้านอุปทานในตลาด

 

แอนดรูว์ ไลพาว ผู้ก่อตั้งบริษัทที่ปรึกษา Lipow Oil Associates ระบุว่า ตลาดกำลังตอบสนองต่อความเป็นไปได้ที่ช่องแคบฮอร์มุซจะกลับมาเปิดใช้งานตามปกติอีกครั้ง ซึ่งจะช่วยให้การขนส่งน้ำมันทั่วโลกไม่สะดุด

 

เขากล่าวเพิ่มเติมว่า จากมุมมองทางการเมือง ราคาน้ำมันและราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ลดลงยังช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ที่กำลังจะมาถึงในเดือนพฤศจิกายน

ก่อนหน้านี้ราคาพุ่งแตะ 119 ดอลลาร์

 

ก่อนหน้าการร่วงลงอย่างหนัก ราคาน้ำมันทั้งสองดัชนีเคยพุ่งขึ้นแตะระดับสูงกว่า 119 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2022 จากความวิตกว่าการลดกำลังการผลิตของซาอุดีอาระเบียและผู้ผลิตรายอื่นอาจทำให้อุปทานโลกตึงตัว

 

อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันเริ่มอ่อนตัวลงหลังมีรายงานว่า ทรัมป์ได้หารือทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีรัสเซีย วลาดิเมียร์ ปูติน เพื่อหารือแนวทางยุติสงครามกับอิหร่านโดยเร็ว

 

ทรัมป์ยังให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว CBS ว่า ปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่านดำเนินไปอย่าง “เกือบเสร็จสมบูรณ์” และเร็วกว่ากรอบเวลาที่เขาเคยประเมินไว้ราว 4–5 สัปดาห์

 

ด้านรัฐมนตรีต่างประเทศของอิสราเอลระบุว่า อิสราเอลไม่ได้ต้องการสงครามที่ยืดเยื้อกับอิหร่าน และจะประสานงานกับสหรัฐฯ เกี่ยวกับช่วงเวลาที่เหมาะสมในการยุติการสู้รบ

 

อุปทานน้ำมันยังไม่ฟื้นตัวทันที

 

แม้สงครามจะยุติลง แต่ผู้เชี่ยวชาญมองว่าอุปทานน้ำมันจะไม่กลับมาสู่ระดับปกติได้ทันที

 

ไซมอน ฟลาวเวอร์ส ประธานและหัวหน้านักวิเคราะห์ของ Wood Mackenzie ระบุว่า หากบ่อน้ำมันถูกปิดเป็นเวลานาน การกลับมาเดินเครื่องผลิตเต็มกำลังอาจต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์หรือมากกว่านั้น

 

“แม้จะมีน้ำมันสำเร็จรูปในคลังหรือท่าเรือที่สามารถขนส่งได้เร็ว แต่หากบ่อผลิตถูกปิดไปนาน การฟื้นกำลังผลิตจะไม่เกิดขึ้นทันที” 

ราคาน้ำมันโลกดิ่งแรง 11% หลังทรัมป์ชี้สงครามอิหร่านใกล้ยุติ

อิหร่านขู่ปิดการส่งออกน้ำมัน

 

ขณะเดียวกัน กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ระบุว่า หากสหรัฐฯ และอิสราเอลยังคงโจมตีต่อไป อิหร่านจะไม่อนุญาตให้มีการส่งออกน้ำมันจากภูมิภาคแม้แต่ “หนึ่งลิตร”

 

ด้านรัฐบาลสหรัฐฯ ยังพิจารณามาตรการเพิ่มเติม เช่น การผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันรัสเซีย หรือการปล่อยน้ำมันจากคลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อลดแรงกดดันด้านราคาในตลาด

อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีพลังงานของกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ G7 ยังไม่ได้เห็นชอบให้ปล่อยน้ำมันสำรอง และได้มอบหมายให้สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ประเมินสถานการณ์ก่อนตัดสินใจ

 

ความขัดแย้งยังส่งผลต่อตลาดพลังงาน

 

แม้ตลาดคาดหวังว่าสงครามอาจยุติลงในไม่ช้า แต่สถานการณ์ในสนามรบยังคงตึงเครียด โดยสหรัฐฯ และอิสราเอลได้โจมตีทางอากาศต่ออิหร่านอย่างหนักที่สุดนับตั้งแต่เริ่มสงคราม

 

บริษัทพลังงานยักษ์ใหญ่ของซาอุดีอาระเบีย “อารามโก” เตือนว่า หากความขัดแย้งยังคงส่งผลต่อการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ตลาดน้ำมันโลกอาจเผชิญ “ผลกระทบร้ายแรง”

 

ข้อมูลจากบริษัทที่ปรึกษา IIR ระบุว่า กำลังการกลั่นน้ำมันในภูมิภาคอ่าวอาหรับกว่า 1.9 ล้านบาร์เรลต่อวันต้องหยุดดำเนินการจากผลกระทบของสงคราม

 

ขณะที่ธนาคาร JPMorgan ประเมินว่า หากการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังไม่ปลอดภัย อุปทานน้ำมันโลกอาจสูญเสียได้สูงถึง 12 ล้านบาร์เรลต่อวันภายในสองสัปดาห์

 

ในเหตุการณ์ล่าสุด บริษัทน้ำมันแห่งชาติของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ADNOC ต้องปิดโรงกลั่น Ruwais หลังเกิดเพลิงไหม้จากการโจมตีด้วยโดรนภายในพื้นที่โรงงาน

 

อย่างไรก็ตาม ธนาคาร Goldman Sachs ยังไม่ปรับคาดการณ์ราคาน้ำมัน โดยคาดว่าในไตรมาส 4 ของปี ราคาน้ำมันเบรนท์จะอยู่ที่ประมาณ 66 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และ WTI ที่ราว 62 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ท่ามกลางสถานการณ์ที่ยังคงผันผวน.

 

ข่าวล่าสุด

สหรัฐ–อิสราเอลถล่มอิหร่านหนักสุด แม้ตลาดเชื่อสงครามจบเร็ว