
ไปรษณีย์อิตาลีลุย AI ดันคลาวด์เสริมอธิปไตยดิจิทัล ลดพึ่งสหรัฐ
ไปรษณีย์อิตาลีเร่งลงทุนซื้อหุ้น TIM สร้างโครงสร้างพื้นฐาน AI-คลาวด์ เสริมอธิปไตยดิจิทัล ลดการพึ่งพายักษ์เทคสหรัฐฯ
อิตาลีเลือกใช้ "Poste Italiane" หรือบริษัทไปรษณีย์แห่งชาติ ซึ่งเป็นองค์กรเก่าแก่ที่มีเครือข่ายที่ทำการไปรษณีย์กว่า 12,600 แห่งทั่วประเทศ เป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเสริมสร้างอธิปไตยทางดิจิทัลของประเทศ ท่ามกลางการแข่งขันด้านเทคโนโลยีที่ทวีความเข้มข้นทั่วโลก
Poste Italiane ซึ่งรัฐบาลอิตาลีถือหุ้นราวสองในสาม กำลังเดินหน้าแผนเข้าซื้อกิจการ Telecom Italia (TIM) มูลค่า 13,500 ล้านยูโร (ประมาณ 15,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพื่อเร่งการเปลี่ยนผ่านจากธุรกิจไปรษณีย์สู่ผู้ให้บริการด้านดิจิทัล โทรคมนาคม และคลาวด์ครบวงจร
บริษัทเริ่มปรับตัวสู่ยุคดิจิทัลตั้งแต่ช่วงต้นทศวรรษ 2000 โดยขยายธุรกิจสู่ระบบชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ และในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาได้ลงทะเบียนประชาชนกว่า 30 ล้านคน หรือราว 70% ของประชากรทั้งหมด เข้าสู่ระบบ Digital ID สำหรับเข้าถึงบริการภาครัฐออนไลน์
ปัจจุบัน Poste Italiane ให้บริการลูกค้ากว่า 46 ล้านราย ครอบคลุมธุรกิจธนาคาร ประกันภัย โทรคมนาคม และพลังงาน พร้อมใช้เครือข่ายสาขาที่ใหญ่ที่สุดในประเทศเป็นศูนย์ให้บริการภาครัฐ เช่น การยื่นขอหนังสือเดินทาง เพื่อช่วยประชาชนที่ยังไม่คุ้นเคยกับบริการดิจิทัล
รับกระแส "Sovereign Cloud" ของยุโรป
แผนควบรวมกับ TIM สอดคล้องกับแนวโน้มของยุโรปที่ผลักดันการสร้าง "Sovereign Cloud" หรือโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ภายในประเทศ เพื่อรองรับข้อมูลสำคัญของภาครัฐ อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ และสาธารณสุข โดยเยอรมนีและฝรั่งเศสต่างเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน AI และศูนย์ข้อมูลของตนเองเช่นกัน
แหล่งข่าวที่เกี่ยวข้องระบุว่า การรวมกิจการจะทำให้เกิดกลุ่มธุรกิจที่มีรัฐสนับสนุนและมีศักยภาพในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านการประมวลผลแบบกระจาย (Distributed Computing) ครอบคลุมทั่วประเทศ
แม้ Poste จะไม่มีเงินลงทุนมหาศาลเทียบเท่าบริษัทเทคโนโลยีสหรัฐฯ อย่าง Amazon, Google หรือ Microsoft แต่บริษัทเชื่อว่ากลุ่มใหม่สามารถเป็นผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานแก่บริษัทเทคโนโลยีระดับโลกได้ ทั้งด้านโครงข่ายไฟเบอร์ ศูนย์ข้อมูล และจุดเชื่อมต่อเครือข่ายใกล้ผู้ใช้งาน
เปลี่ยนศูนย์ไปรษณีย์เก่าเป็น Edge Data Center
TIM มีศูนย์ข้อมูลที่มีกำลังการประมวลผลรวม 125 เมกะวัตต์ ติดอันดับ 3 ของประเทศ แต่กำลังการผลิตของอิตาลียังมีเพียงประมาณ 15% ของเยอรมนี
Poste มีแผนนำศูนย์คัดแยกไปรษณีย์เดิมมาปรับเป็นศูนย์ประมวลผลข้อมูลแบบ Edge Computing กระจายอยู่ทั่วประเทศ เพื่อให้การประมวลผลอยู่ใกล้ผู้ใช้งานมากขึ้น ลดความหน่วงของระบบ รองรับบริการ AI และบริการดิจิทัลยุคใหม่ ขณะที่ในอนาคตยังอาจใช้สถานีฐานโทรศัพท์มือถือของ TIM เป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายประมวลผลดังกล่าว
นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยโปลีเทคนิกแห่งมิลานระบุว่า แนวโน้มของอุตสาหกรรมกำลังเปลี่ยนจากศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่เพียงไม่กี่แห่ง ไปสู่เครือข่ายศูนย์ข้อมูลขนาดเล็กที่กระจายตัวใกล้ผู้ใช้งาน ซึ่งผู้ให้บริการโทรคมนาคมมีความได้เปรียบจากการมีทรัพย์สินและโครงสร้างพื้นฐานทั่วประเทศ แม้การบริหารจัดการจะซับซ้อนขึ้น แต่ถือเป็นทิศทางที่เหมาะสมในระยะยาว
TIM ต้องการพันธมิตรรับมือยุค AI
ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา TIM เผชิญปัญหาหนี้สินจากการแปรรูปรัฐวิสาหกิจและการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรง ส่งผลให้บริษัทมีข้อจำกัดในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานใหม่ แม้จะลดภาระหนี้ลงได้มากหลังขายโครงข่ายโทรศัพท์พื้นฐานให้กองทุน KKR ในปี 2567
ผู้เชี่ยวชาญมองว่า การให้บริการ AI จำเป็นต้องอาศัยเครือข่าย 5G ขั้นสูง ซึ่งต้องใช้เงินลงทุนมหาศาล และตลาดอย่างอิตาลีอาจไม่สามารถรองรับผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือถึง 4 รายได้ในระยะยาว จึงมีแนวโน้มเกิดการควบรวมกิจการในอุตสาหกรรม
ปัจจุบัน TIM แข่งขันกับ Vodafone-Fastweb, WindTre และ Iliad โดยก่อนหน้านี้ WindTre และ Iliad เคยหารือเรื่องการควบรวมกิจการ แต่ยังไม่มีข้อตกลงเกิดขึ้น
Poste ถือหุ้นใน TIM อยู่แล้ว 20% และหากการเข้าซื้อกิจการสำเร็จ จะช่วยให้บริษัทสามารถต่อยอดธุรกิจไปสู่บริการที่มีอัตรากำไรสูงกว่าเดิม เช่น คลาวด์ ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ และโซลูชันดิจิทัลสำหรับลูกค้าองค์กร
นักวิเคราะห์มองว่าการรวมธุรกิจจะช่วยให้ Poste สามารถนำเสนอแพ็กเกจบริการที่หลากหลายยิ่งขึ้นแก่ฐานลูกค้าที่ใหญ่ขึ้น เพิ่มความภักดีของลูกค้า และสร้างรายได้ที่มั่นคงในระยะยาว พร้อมทั้งช่วยให้อิตาลีมีโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI และดิจิทัลที่แข็งแกร่งขึ้น เพื่อลดการพึ่งพาผู้ให้บริการเทคโนโลยีรายใหญ่จากสหรัฐฯ และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล







