ตลาดหุ้นสหรัฐ ปิดลบ Nvidia กดดันตลาดหุ้น ราคาน้ำมัน-ทองพุ่ง
ตลาดหุ้นสหรัฐปิดในแดนลบหลัง Nvidia และหุ้น private equity ร่วง ขณะ Apple และ Walmart อ่อนตัว แม้หุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมพยุงตลาดบางส่วน
ภาวะการซื้อขายในตลาดหุ้นสหรัฐเมื่อวันพฤหัสบดีปิดปรับตัวลดลง โดยได้รับแรงกดดันจากหุ้นกลุ่ม private equity ที่ร่วงลง รวมถึงแรงขายในหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ เช่น Nvidia, Apple และ Walmart แม้ว่าหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมที่รายงานผลประกอบการแข็งแกร่งจะช่วยจำกัดช่วงลบได้บางส่วน
หุ้นบริษัท private equity ปรับตัวลดลงหลัง Blue Owl Capital ตัดสินใจขายสินทรัพย์มูลค่า 1.4 พันล้านดอลลาร์ และระงับการไถ่ถอนในหนึ่งในกองทุน เพื่อบริหารจัดการภาระหนี้และคืนเงินทุนให้ผู้ลงทุน
Apple ปรับตัวลง 1.4% ซึ่งส่งผลกดดันดัชนี S&P 500 มากที่สุดในวันดังกล่าว ขณะที่ Walmart ลดลง 1.4% หลัง John Furner ประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนใหม่ เปิดตัวด้วยการคาดการณ์ผลประกอบการปีงบประมาณ 2027 อย่างระมัดระวัง ควบคู่กับแผนซื้อหุ้นคืนมูลค่า 30,000 ล้านดอลลาร์
ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา หุ้นเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับ AI เผชิญความผันผวน จากความกังวลเกี่ยวกับมูลค่าหุ้นที่อยู่ในระดับสูง และข้อสงสัยว่าการลงทุนมหาศาลด้าน AI จะสามารถผลักดันรายได้และกำไรได้จริงหรือไม่ นอกจากนี้ อุตสาหกรรมตั้งแต่ซอฟต์แวร์ไปจนถึงโลจิสติกส์ยังเผชิญแรงกดดันจากความกังวลว่าเครื่องมือ AI ที่พัฒนาอย่างรวดเร็วอาจเปลี่ยนแปลงรูปแบบธุรกิจและเพิ่มความรุนแรงของการแข่งขัน
ดัชนี S&P 500 ลดลง 0.28% ปิดที่ 6,861.89 จุด
ดัชนี Nasdaq ลดลง 0.31% ปิดที่ 22,682.73 จุด
และดัชนี Dow Jones Industrial Average ลดลง 0.54% ปิดที่ 49,395.16 จุด
ขณะเดียวกัน ราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบเกือบ 7 เดือน ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน
โดย Brent crude เพิ่มขึ้น 1.86% แตะ 71.66 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ส่วน US crude เพิ่มขึ้น 1.9% สู่ระดับ 66.43 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากก่อนหน้านี้ปรับขึ้นกว่า 4% ในวันพุธ ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นรายวันที่มากที่สุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม
ด้านราคาทองคำ ซึ่งถูกมองเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยในภาวะไม่แน่นอน เพิ่มขึ้น 2% ในวันพุธ ทะลุระดับ 5,000 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ ก่อนจะขยับขึ้นอีก 0.2% ในวันพฤหัสบดี ท่ามกลางความวิตกของนักลงทุนต่อสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์และความผันผวนของตลาดการเงิน.


