จับตาหุ้นไอทีอินเดีย ต่างชาติเทขายหนัก หวั่น AI คุกคามธุรกิจ
นักลงทุนต่างชาติเทขายหุ้นกลุ่มไอทีของอินเดียมูลค่ากว่า 1.2 พันล้านดอลลาร์ในช่วงครึ่งแรกของเดือน ก.พ. หวั่น AI ดิสรัปต์อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์
KEY
POINTS
- นักลงทุนต่างชาติเทขายหุ้นกลุ่มไอทีของอินเดียมูลค่ากว่า 1.1 แสนล้านรูปี (1.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในช่วงครึ่งแรกของเดือนกุมภาพันธ์ เนื่องจากกังวลว่า AI จะเข้ามาดิสรัปต์อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์
- หุ้นของบริษัทระดับท็อปอย่าง Tata Consultancy Services และ Infosys ปรับตัวลดลงกว่า 14% ตั้งแต่ต้นปี ส่งผลกระทบเชิงลบและกดดันภาพรวมของตลาดหุ้นอินเดีย
- แม้จะเผชิญแรงเทขาย แต่บริษัทไอทีชั้นนำของอินเดียเริ่มขยับตัวจับมือเป็นพันธมิตรกับผู้พัฒนา AI ระดับโลก เช่น Infosys ร่วมมือกับ Anthropic และ Tata Group ผนึกกำลังกับ OpenAI
การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังกลายเป็นภัยคุกคามครั้งใหญ่ต่ออุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ ส่งผลให้นักลงทุนต่างชาติเริ่มลดสัดส่วนการลงทุนในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศ (ไอที) ของอินเดียลง
ข้อมูลจาก National Securities Depository Ltd. (NSDL) ระบุว่า กองทุนทั่วโลกได้เทขายหุ้นกลุ่มไอทีของอินเดียไปแล้วกว่า 1.1 แสนล้านรูปี (ราว 1.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในช่วงครึ่งแรกของเดือนกุมภาพันธ์
แม้ว่าก่อนหน้านี้ในเดือนธันวาคม นักลงทุนต่างชาติจะกลับมาทยอยซื้อสะสมหุ้นกลุ่มนี้หลังจากการเทขายติดต่อกันนานถึง 5 เดือน แต่ท้ายที่สุดก็กลับมาถอนทุนออกจากภาคส่วนนี้อีกครั้งในช่วงต้นปี
แรงเทขายดังกล่าวกลับมาปะทุขึ้นอีกครั้ง ท่ามกลางการร่วงลงของหุ้นกลุ่มซอฟต์แวร์ทั่วโลก โดยมีชนวนเหตุสำคัญมาจากการเปิดตัวเครื่องมือ AI รุ่นใหม่ๆ จากบริษัทอย่าง Anthropic PBC และคู่แข่งรายอื่นๆ ซึ่งจุดประกายความกังวลว่านวัตกรรมเหล่านี้จะเข้ามาดิสรัปต์โมเดลธุรกิจแบบดั้งเดิม
แม้ว่าความตื่นตระหนกในตลาดโลกจะเริ่มบรรเทาลงบ้างแล้ว แต่สถานการณ์ในอินเดียยังคงเป็นที่น่าจับตามองอย่างใกล้ชิด เนื่องจากบริษัทไอทีถือเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ขับเคลื่อนทั้งเศรษฐกิจและตลาดหลักทรัพย์ของประเทศ
ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา หุ้นของบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Tata Consultancy Services Ltd. และ Infosys Ltd. ที่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์มุมไบ ร่วงลงไปแล้วกว่า 14% ซึ่งการปรับตัวลงอย่างหนักของกลุ่มซอฟต์แวร์ได้สร้างแรงกดดันต่อดัชนีตลาดหุ้นอินเดียโดยรวม ส่งผลให้ผลตอบแทนรั้งท้ายเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นอื่นๆ ทั่วโลก
นิติน จันดุกา (Nitin Chanduka) นักกลยุทธ์จาก Bloomberg Intelligence ให้ความเห็นว่า “นักลงทุนต่างชาติเทขายหุ้นอินเดียอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่เดือนตุลาคม 2024 ซึ่งเป็นชนวนให้ตลาดเข้าสู่ภาวะซบเซาเป็นวงกว้างและยาวนาน โดยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีคือผู้รับเคราะห์หนักที่สุดจากการไหลออกของเม็ดเงินครั้งนี้ เนื่องจากพัฒนาการที่รวดเร็วของ AI อาจเข้าไปบั่นทอนความต้องการในบริการเอาต์ซอร์ซด้านไอทีแบบดั้งเดิม”
ตัวเลขจาก NSDL ยังชี้ให้เห็นถึงการปรับพอร์ตที่ชัดเจน โดย ณ วันที่ 15 กุมภาพันธ์ นักลงทุนต่างชาติถือครองหุ้นบริษัทไอทีและบริการของอินเดียมูลค่า 4.95 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งลดลงอย่างฮวบฮาบเมื่อเทียบกับระดับ 8.52 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงสิ้นปี 2024
ทั้งนี้ กองทุนต่างประเทศได้ลดสัดส่วนการถือครองหุ้นอินเดียในภาพรวมมาอย่างต่อเนื่องในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา และยิ่งเร่งตัวขึ้นในปีที่แล้วด้วยยอดขายสุทธิทำสถิติสูงสุดเกือบ 1.9 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ
อย่างไรก็ตาม แม้ข้อมูลจะบ่งชี้ว่านักลงทุนต่างชาติกำลังเดินหน้าถอนทุนออกจากหุ้นไอทีอินเดียรายเดือนในระดับที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่เดือนสิงหาคม แต่ในสัปดาห์นี้ก็ยังมีแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ จากการประชุมสุดยอดด้าน AI ของอินเดียซึ่งมีผู้นำอุตสาหกรรมระดับโลกเข้าร่วม
โดย Infosys ได้ประกาศความร่วมมือด้านโซลูชัน AI กับ Anthropic ในขณะที่ Tata Group ก็ได้ผนึกกำลังกับ OpenAI ซึ่งถือเป็นการขยับตัวครั้งสำคัญของยักษ์ใหญ่ไอทีเพื่อรับมือกับคลื่นความเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้
อ้างอิง: Bloomberg


