NY Fed ชี้ผลกระทบจากภาษีทรัมป์ ตกเป็นภาระของชาวอเมริกัน
รายงาน Federal Reserve Bank of New York ระบุ 90% ของภาษีนำเข้าในยุคของโดนัลด์ ทรัมป์ ถูกผลักภาระสู่ผู้บริโภคชาวอเมริกันและธุรกิจสหรัฐ สวนทางคำอ้างรัฐบาล
รายงานล่าสุดจาก Federal Reserve Bank of New York (NY Fed) ระบุว่า ชาวอเมริกันต้องรับภาระเกือบทั้งหมดจากมาตรการขึ้นภาษีนำเข้าของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ โดยประเมินว่า 90% ของภาษีที่เรียกเก็บจากสินค้านำเข้าถูกแบกรับโดยผู้บริโภคและภาคธุรกิจในสหรัฐฯ ไม่ได้ตกอยู่กับผู้ส่งออกต่างชาติอย่างที่ฝ่ายบริหารอ้าง
รายงานดังกล่าวประเมินผลกระทบของภาษีต่อเศรษฐกิจในปีที่ผ่านมา ซึ่งอัตราภาษีเฉลี่ยเพิ่มขึ้นจาก 2.6% เป็น 13% โดยระดับภาษีผันผวนตลอดทั้งปี และพุ่งสูงสุดในเดือนเมษายนและพฤษภาคม หลังทรัมป์ปรับขึ้นภาษีสินค้าจีนเป็น 125% ก่อนลดลงมาอยู่ที่ 113%
นักวิจัยอ้างอิงบทเรียนจากสมัยแรกของ Trump โดยพบว่า ผู้ส่งออกต่างชาติไม่ได้ลดราคาสินค้าเพื่อลดผลกระทบจากภาษี ส่งผลให้ภาระภาษีถูกส่งผ่านเข้าสู่ราคานำเข้าในสหรัฐฯ เต็มจำนวน หรือคิดเป็น 100% ของต้นทุนที่เพิ่มขึ้น
ข้อมูลระบุว่า ระหว่างเดือนมกราคมถึงสิงหาคมปีที่ผ่านมา ชาวอเมริกันรับภาระ 94% ของภาษี ก่อนลดลงเหลือ 92% ในเดือนกันยายน-ตุลาคม และอยู่ที่ 86% ในเดือนพฤศจิกายน
ข้อค้นพบของ NY Fed สอดคล้องกับรายงานของ Congressional Budget Office (CBO) ซึ่งระบุว่า ภาษีที่สูงขึ้นทำให้ต้นทุนสินค้านำเข้าเพิ่มขึ้นโดยตรง และผลักดันราคาสำหรับผู้บริโภคและภาคธุรกิจในสหรัฐฯ โดย CBO ประเมินว่า ผู้ส่งออกต่างชาติจะรับภาระเพียง 5% ขณะที่ธุรกิจสหรัฐฯ จะดูดซับต้นทุนราว 30% ผ่านการลดกำไร และอีก 70% จะถูกส่งต่อไปยังผู้บริโภคผ่านการขึ้นราคา
ความผันผวนและผลต่อเงินเฟ้อ
มาตรการภาษีนำเข้าถือเป็นแกนหลักของนโยบายเศรษฐกิจในยุคทรัมป์โดยถูกใช้ทั้งเพื่อเพิ่มรายได้รัฐ กดดันประเทศคู่ค้า และผลักดันการย้ายฐานการผลิตกลับสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม การประกาศขึ้นภาษีและการชะลอหรือปรับลดในเวลาต่อมา สร้างความผันผวนในตลาดการเงินและเพิ่มความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ
เจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ เห็นว่า การที่เงินเฟ้อสูงเกินเป้าหมาย 2% ในปีนี้ ส่วนหนึ่งเกี่ยวข้องกับภาษีการค้า ส่งผลให้การปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมทำได้ยาก หลังจากที่ได้ปรับลดไปแล้วรวม 75 เบซิสพอยต์ในปีก่อนเพื่อพยุงตลาดแรงงาน
อย่างไรก็ดี Fed คาดว่าผลกระทบจากภาษีจะค่อย ๆ ลดลงในช่วงที่เหลือของปี และอาจเป็นเพียงแรงกระแทกครั้งเดียวต่อระดับราคา ซึ่งอาจเปิดทางให้มีการลดดอกเบี้ยเพิ่มเติม แม้จะหมายถึงค่าครองชีพโดยรวมของชาวอเมริกันที่สูงขึ้น
ด้านผู้ว่าการ Fed อย่าง Stephen Miran ซึ่งเคยเป็นที่ปรึกษาเศรษฐกิจระดับสูงของประธานาธิบดี ให้ความเห็นว่า ผลกระทบของภาษีต่อเศรษฐกิจ “ค่อนข้างจำกัด” และข้อมูลยังไม่สนับสนุนข้อสรุปว่าธุรกิจสหรัฐฯ ส่งผ่านต้นทุนทั้งหมดไปยังผู้บริโภค
ขณะเดียวกัน มาตรการภาษีของรัฐบาลทรัมป์ เผชิญแรงกดดันทางการเมืองและกฎหมาย เมื่อสภาผู้แทนราษฎรลงมติยุติภาษีฉุกเฉินต่อแคนาดา และศาลสูงสหรัฐฯ เตรียมพิจารณาความชอบด้วยกฎหมายของมาตรการภาษีหลายรายการในระยะต่อไป


