ตลาดหุ้นสหรัฐปิดในแดนลบ หุ้นเทคโนโลยีร่วง กังวลมูลค่า AI
ตลาดหุ้นสหรัฐปิดลบ จากแรงขายหุ้นเทคโนโลยีนำโดย Advanced Micro Devices และ Palantir หลังนักลงทุนกังวลมูลค่าสูงและทิศทางการเติบโตของหุ้น AI
ตลาดหุ้นสหรัฐปิดปรับตัวลดลงในวันพุธที่ผ่านมา ท่ามกลางแรงกดดันจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี หลังนักลงทุนเริ่มวิตกเกี่ยวกับระดับมูลค่าที่ตึงตัว และตั้งคำถามว่าการปรับขึ้นของหุ้นที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) อาจใกล้ถึงจุดสูงสุดแล้ว
หุ้น Advanced Micro Devices (AMD) ปรับตัวลดลงอย่างหนัก หลังบริษัทผู้ผลิตชิปคาดการณ์รายได้รายไตรมาสออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้ พร้อมส่งสัญญาณถึงความยากลำบากในการแข่งขันกับผู้นำตลาดด้าน AI อย่าง Nvidia ขณะที่หุ้น Palantir และหุ้นเทคโนโลยีรายอื่น ๆ ก็เผชิญแรงขายเช่นกัน
หุ้น Alphabet ปรับตัวลดลงก่อนการประกาศผลประกอบการรายไตรมาสหลังปิดตลาด ซึ่งนักลงทุนจับตาว่าการลงทุนจำนวนมหาศาลด้าน AI ของบริษัทแม่ Google จะช่วยสนับสนุนการเติบโตของรายได้มากน้อยเพียงใด
ด้าน Nvidia ราคาหุ้นปรับตัวลง ส่งผลให้ดัชนี PHLX semiconductor ปิดลดลงอย่างรุนแรง สะท้อนแรงขายในกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์โดยรวม
นักลงทุนบางส่วนได้โยกเงินออกจากหุ้น AI ที่มีมูลค่าสูง ไปยังหุ้นที่มีราคาถูกกว่าและไม่ได้รับอานิสงส์จากการพุ่งขึ้นของกลุ่มเทคโนโลยีในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยดัชนี S&P 500 value index ปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็นวันที่ห้าติดต่อกัน ขณะที่ S&P 500 growth index ปรับตัวลดลง
ดัชนี S&P 500 ลดลง 35.59 จุด หรือ 0.51% ปิดที่ระดับ 6,882.22 จุด
ส่วนดัชนี Nasdaq Composite ลดลง 350.61 จุด หรือ 1.51% ปิดที่ 22,903.13 จุด
ขณะที่ดัชนี Dow Jones Industrial Average ปรับตัวเพิ่มขึ้น 246.56 จุด หรือ 0.51% ปิดที่ 49,487.55 จุด
ขณะเดียวกัน ราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้นราว 3% หลังมีรายงานข่าวว่าการเจรจาที่วางแผนไว้ระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านในวันศุกร์นี้อาจล้มเหลว โดยสัญญาน้ำมันดิบ Brent ปิดเพิ่มขึ้น 2.13 ดอลลาร์ หรือ 3.16% ที่ระดับ 69.46 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบ West Texas Intermediate (WTI) เพิ่มขึ้น 1.93 ดอลลาร์ หรือ 3.05% ปิดที่ 65.14 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล


