เรือบรรทุกเครื่องบิน Abraham Lincoln ถึงตะวันออกกลางแล้ว
ตะวันออกกลางระอุ สหรัฐเพิ่มกำลังทหาร ส่งเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Abraham Lincoln พร้อมเรือรบและอากาศยาน เสริมศักยภาพป้องกันผลประโยชน์และรับมืออิหร่าน
กองทัพสหรัฐได้ส่งเรือบรรทุกเครื่องบินพร้อมเรือรบสนับสนุนเข้าสู่ภูมิภาคตะวันออกกลางแล้ว เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในการปกป้องกองกำลังสหรัฐ หรือหากจำเป็น อาจใช้เป็นกำลังทางทหารต่ออิหร่าน
เรือบรรทุกเครื่องบิน USS Abraham Lincoln พร้อมเรือพิฆาตติดตั้งขีปนาวุธนำวิถีหลายลำ ได้เคลื่อนผ่านเข้าสู่พื้นที่ความรับผิดชอบของกองบัญชาการกลางสหรัฐ (CENTCOM) ซึ่งดูแลปฏิบัติการทางทหารในตะวันออกกลาง
ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ระบุว่า สหรัฐมีกองกำลังทางทะเลขนาดใหญ่หรือ “อาร์มาดา” มุ่งหน้าไปยังอิหร่าน แต่ย้ำว่าไม่ต้องการนำมาใช้ หากสถานการณ์ไม่จำเป็น
การเคลื่อนกำลังดังกล่าวเริ่มต้นจากภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกตั้งแต่ต้นเดือน ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างสหรัฐกับอิหร่านที่เพิ่มสูงขึ้น ภายหลังทางการอิหร่านปราบปรามการประท้วงภายในประเทศอย่างเข้มงวด
ผู้นำสหรัฐเคยขู่ว่าจะเข้าแทรกแซง หากอิหร่านยังคงใช้ความรุนแรงต่อผู้ประท้วง อย่างไรก็ตาม การชุมนุมขนาดใหญ่ได้ลดระดับลงแล้ว โดยทรัมป์ระบุว่าได้รับรายงานว่าการสังหารประชาชนเริ่มลดลง และเชื่อว่าในขณะนี้ยังไม่มีแผนประหารนักโทษ
ทั้งนี้ กองทัพสหรัฐเคยเพิ่มกำลังในตะวันออกกลางหลายครั้งในช่วงที่สถานการณ์ตึงเครียด ซึ่งส่วนใหญ่มุ่งเน้นการป้องกัน แต่เมื่อปีที่ผ่านมา สหรัฐได้เสริมกำลังครั้งใหญ่ก่อนการโจมตีโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านในเดือนมิถุนายน
นอกจากเรือบรรทุกเครื่องบินและเรือรบแล้ว กระทรวงกลาโหมสหรัฐยังได้เคลื่อนย้ายเครื่องบินขับไล่และระบบป้องกันภัยทางอากาศเข้าสู่ภูมิภาคดังกล่าว พร้อมประกาศจะจัดการฝึกทางทหาร เพื่อแสดงศักยภาพในการส่งกำลังและสนับสนุนอำนาจทางอากาศอย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่อาวุโสของอิหร่านเตือนว่า การโจมตีใด ๆ ต่อประเทศจะถือเป็น “สงครามเต็มรูปแบบ” ด้านสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ยืนยันจะไม่อนุญาตให้ใช้น่านฟ้า ดินแดน หรือเขตน่านน้ำของตน สำหรับการดำเนินการทางทหารที่เป็นปรปักษ์ต่ออิหร่าน
ทั้งนี้ ฐานทัพอากาศอัลดาฟรา ทางตอนใต้ของกรุงอาบูดาบี ถือเป็นศูนย์กลางสำคัญของกองทัพอากาศสหรัฐ สำหรับภารกิจต่อต้านกลุ่มรัฐอิสลาม และการลาดตระเวนข่าวกรองในภูมิภาคตะวันออกกลาง


