posttoday

สหรัฐฯ งัดข้อจีน ดึงไต้หวันเป็นฐานผลิตชิปป้อน AI และยุทโธปกรณ์

16 มกราคม 2569

สหรัฐฯ ตกลงลดภาษีนำเข้าสินค้าจากไต้หวัน แลกกับการที่ไต้หวันต้องระดมเงินลงทุนกว่า 2.5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อขยายฐานการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ พลังงาน และ AI ในสหรัฐฯ

KEY

POINTS

  • สหรัฐฯ ตกลงลดภาษีนำเข้าสินค้าจากไต้หวัน (จาก 20% เหลือ 15% และ 0% สำหรับสินค้าบางประเภท) แลกกับการที่ไต้หวันต้องระดมเงินลงทุนกว่า 2.5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อขยายฐานการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ พลังงาน และ AI ในสหรัฐฯ
  • รัฐบาลสหรัฐฯ ตั้งเป้าดึงห่วงโซ่อุปทานการผลิตชิปของไต้หวันให้ย้ายเข้ามาอยู่ในสหรัฐฯ ให้ได้ถึง 40% เพื่อลดความเสี่ยงด้านความมั่นคงและการพึ่งพาต่างชาติ โดยขู่ว่าจะเก็บภาษีสูงถึง 100% หากไม่ยอมย้ายฐานผลิต
  • ข้อตกลงนี้กระชับความสัมพันธ์ระหว่างวอชิงตันและไทเปในช่วงเวลาที่เปราะบาง โดยสหรัฐฯ มองว่าไต้หวันต้อง "เอาใจ" ผู้นำสหรัฐฯ เพื่อแลกกับการคุ้มครองจากภัยคุกคามของจีน ท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นในช่องแคบไต้หวัน

 

สำนักข่าว Reuters รายงานว่า รัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของโดนัลด์ ทรัมป์ และไต้หวัน บรรลุข้อตกลงทางการค้าครั้งสำคัญเมื่อวันพฤหัสบดี โดยสหรัฐฯ ยอมลดกำแพงภาษีศุลกากรสำหรับสินค้าส่งออกสำคัญ

 

โดยเฉพาะในกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ เพื่อแลกกับการที่ไต้หวันจะอัดฉีดเม็ดเงินลงทุนมหาศาลเพื่อสร้างฐานการผลิตเทคโนโลยีขั้นสูงและปัญญาประดิษฐ์ (AI) บนแผ่นดินอเมริกา 

 

ภายใต้ข้อตกลงที่ผ่านการเจรจามาอย่างยาวนาน ผู้ผลิตชิปรายใหญ่ของไต้หวันอย่าง TSMC (Taiwan Semiconductor Manufacturing Company) และบริษัทอื่นๆ ที่มีการขยายฐานการผลิตในสหรัฐฯ จะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี

 

โดยจะเสียภาษีนำเข้าเซมิคอนดักเตอร์ เครื่องจักร และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องในอัตราที่ลดลง หรือได้รับการยกเว้นภาษี (Duty-free) ในบางรายการ ในขณะที่อัตราภาษีนำเข้าทั่วไปสำหรับสินค้าส่งออกส่วนใหญ่จากไต้หวันไปยังสหรัฐฯ จะปรับลดลงจาก 20% เหลือ 15%

 

นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ระบุว่า สินค้าประเภทเวชภัณฑ์ยาสามัญ, ชิ้นส่วนอากาศยาน และทรัพยากรธรรมชาติที่ไม่สามารถหาได้ในสหรัฐฯ จะได้รับการยกเว้นภาษีเป็น 0% พร้อมให้คำมั่นว่าไต้หวันจะไม่ถูกปฏิบัติแย่กว่าชาติอื่น หากมีการปรับขึ้นภาษีชิปในอนาคต

 

สหรัฐฯ งัดข้อจีน ดึงไต้หวันเป็นฐานผลิตชิปป้อน AI และยุทโธปกรณ์

 

แลกหมัดด้วยเม็ดเงินลงทุน 2.5 แสนล้านดอลลาร์

 

เพื่อแลกเปลี่ยนกับสิทธิประโยชน์ดังกล่าว ภาคเอกชนไต้หวันตกลงที่จะลงทุนรวมมูลค่า 2.5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 8.75 ล้านล้านบาท) เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ พลังงาน และ AI ในสหรัฐฯ ซึ่งรวมถึงเงินลงทุน 1 แสนล้านดอลลาร์ที่ TSMC ได้ให้คำมั่นไว้แล้วในปี 2025 

 

โดยนายฮาวเวิร์ด ลุตนิก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เปิดเผยว่า จะมีเม็ดเงินลงทุนเพิ่มเติมตามมาอีกอย่างแน่นอน

 

นอกจากนี้ รัฐบาลไต้หวันจะค้ำประกันสินเชื่อเพิ่มเติมอีก 2.5 แสนล้านดอลลาร์ เพื่ออำนวยความสะดวกในการลงทุนดังกล่าว นายลุตนิกกล่าวกับสำนักข่าว CNBC ว่า เป้าหมายหลักของข้อตกลงนี้คือการดึงห่วงโซ่อุปทานและกำลังการผลิตชิปทั้งหมดของไต้หวันให้ย้ายมายังสหรัฐฯ ให้ได้ถึง 40%

 

พร้อมส่งสัญญาณเตือนว่า หากไต้หวันไม่ยอมมาสร้างฐานผลิตในสหรัฐฯ อาจต้องเผชิญกับกำแพงภาษีสูงถึง 100%

 

 

อานิสงส์ถึงซัพพลายเชนและตลาดหุ้น

 

การเร่งเครื่องผลิตชิปในสหรัฐฯ คาดว่าจะส่งผลบวกโดยตรงต่อซัพพลายเออร์รายใหญ่ของ TSMC อาทิ ผู้ผลิตเครื่องจักรทำชิปอย่าง ASML, Lam Research และ Applied Materials รวมถึงผู้ผลิตสารเคมีและวัสดุอย่าง Sumitomo Corp และ Qnity Electronics

 

ซึ่งบริษัทเหล่านี้ส่วนใหญ่มีฐานดำเนินงานในรัฐแอริโซนาอยู่แล้วเพื่อรองรับ Intel แต่ปัจจุบันกำลังขยายตัวเพื่อรองรับโรงงานของ TSMC

 

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวส่งผลให้หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีดีดตัวขึ้นทันที โดยหุ้น Nvidia ซึ่งพึ่งพาการผลิตจาก TSMC ปรับตัวขึ้นกว่า 2% ขณะที่หุ้นของ ASML, Lam Research และ Applied Materials ปรับตัวขึ้นราว 4-6%

 

สหรัฐฯ งัดข้อจีน ดึงไต้หวันเป็นฐานผลิตชิปป้อน AI และยุทโธปกรณ์

 

ชิปคอมพิวเตอร์ วาระความมั่นคงแห่งชาติ

 

วอชิงตันแสดงความกังวลมาโดยตลอดเกี่ยวกับการพึ่งพาชิปคอมพิวเตอร์จากต่างประเทศมากเกินไป โดยเฉพาะจากไต้หวันที่ตกเป็นเป้าหมายของจีน

 

แม้สหรัฐฯ จะเป็นผู้คิดค้นเซมิคอนดักเตอร์และเป็นผู้นำด้านการออกแบบ แต่การผลิตชิปขั้นสูงส่วนใหญ่กลับอยู่ในต่างประเทศ โดยเฉพาะไต้หวัน

 

TSMC ได้ประกาศตั้งโรงงานในรัฐแอริโซนาตั้งแต่ปี 2020 ในสมัยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สมัยแรก และขยายโครงการต่อในยุคของโจ ไบเดน อย่างไรก็ตาม การขยายตัวอย่างรวดเร็วทำให้ TSMC ต้องเผชิญกับความท้าทาย ทั้งต้นทุนที่บานปลาย การขาดแคลนแรงงานทักษะสูง และความยุ่งยากทางการเมืองเรื่องแรงงานข้ามชาติ

 

รวมถึงความกังวลในไต้หวันเองที่มองว่าการย้ายฐานผลิตออกไปอาจลดทอน "เกราะป้องกันซิลิคอน" ของเกาะในช่วงเวลาที่เปราะบางทางภูมิรัฐศาสตร์

 

นายลุตนิก กล่าวเสริมในเชิงนัยทางการเมืองว่า "พวกเขาจำเป็นต้องทำให้ประธานาธิบดีของเราพอใจ เพราะประธานาธิบดีของเราคือกุญแจสำคัญในการปกป้องประเทศของพวกเขา"

 

ทิศทางอนาคตและการขยายตัวของ TSMC

 

ภายใต้ข้อตกลงใหม่ ผู้ผลิตชิปที่ขยายโรงงานในสหรัฐฯ จะสามารถนำเข้าเซมิคอนดักเตอร์และเวเฟอร์ได้สูงสุด 2.5 เท่าของกำลังการผลิตใหม่โดยไม่มีภาษีเพิ่มเติมในช่วงก่อสร้าง ส่วนชิปที่เกินจากโควตานี้จะได้รับสิทธิพิเศษทางภาษีเช่นกัน

 

TSMC รายงานผลกำไรไตรมาส 4 ที่พุ่งขึ้น 35% ทะลุเป้าหมายที่คาดการณ์ไว้ โดยซีอีโอ ซี.ซี. เว่ย เปิดเผยว่า บริษัทกำลังยื่นขอใบอนุญาตในรัฐแอริโซนาเพื่อเริ่มก่อสร้างโรงงานแห่งที่ 4 และโรงงานแพ็กเกจจิ้งขั้นสูงแห่งแรก

 

อย่างไรก็ตาม ยังมีความไม่แน่นอนทางกฎหมายรออยู่ เนื่องจากศาลฎีกาสหรัฐฯ เตรียมจะวินิจฉัยอำนาจของประธานาธิบดีในการขึ้นภาษีโดยไม่ผ่านสภาคองเกรส ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อข้อตกลงการค้าฉบับนี้และฉบับอื่นๆ ที่ทรัมป์ทำไว้ หากศาลชี้ขาดว่าการกระทำดังกล่าวขัดต่อรัฐธรรมนูญ

 

ข่าวล่าสุด

บางกอกเคเบิ้ล เสริมแกร่ง สายไฟฟ้าใต้ดิน รับดีมานด์เมืองอัจฉริยะ