posttoday

ทรัมป์ชี้เวเนซุเอลาไม่ใช่แบบอย่างไต้หวัน ย้ำไม่ต้องการเปลี่ยนสถานะเดิม

09 มกราคม 2569

ทรัมป์ชี้การบุกเวเนซุเอลาไม่ใช่แบบอย่างกรณีไต้หวัน ย้ำสหรัฐไม่ต้องการเปลี่ยนสถานะเดิม และจะไม่พอใจอย่างมาก หากจีนตัดสินใจจะดำเนินการใดๆ

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา เปิดเผยว่า เหตุการณ์ทางทหารของสหรัฐฯ ในเวเนซุเอลาไม่ควรถูกนำไปเป็นแบบอย่างหรือบรรทัดฐานต่อประเด็นไต้หวัน พร้อมระบุว่า การตัดสินใจใด ๆ ของจีนต่อไต้หวันนั้น “ขึ้นอยู่กับ” ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน แต่ตนจะ “ไม่พอใจอย่างยิ่ง” หากมีการเปลี่ยนแปลงสถานะเดิม (status quo) ของไต้หวัน ตามบทสัมภาษณ์ที่หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์เผยแพร่เมื่อวันพฤหัสบดี

 

ทรัมป์ให้สัมภาษณ์เมื่อวันพุธว่า ประธานาธิบดีสีมองว่าไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของจีน และสิ่งที่จะดำเนินการต่อไปเป็นการตัดสินใจของผู้นำจีนเอง อย่างไรก็ดี เขาได้สื่อสารกับผู้นำจีนอย่างชัดเจนแล้วว่า สหรัฐฯ จะไม่พอใจอย่างมากหากมีการดำเนินการใด ๆ ที่เปลี่ยนแปลงสถานการณ์ปัจจุบัน และตนไม่เชื่อว่าประธานาธิบดีสีจะตัดสินใจเช่นนั้น พร้อมแสดงความหวังว่าจะไม่เกิดขึ้น

 

คำกล่าวของทรัมป์มีขึ้นท่ามกลางการแลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับบทเรียนที่ผู้นำจีนอาจตีความจากปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ในเวเนซุเอลา ซึ่งทรัมป์ระบุว่า ทั้งสองกรณีไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบกันได้ เนื่องจากไต้หวันไม่ได้ก่อให้เกิดภัยคุกคามต่อจีนในลักษณะเดียวกับที่รัฐบาลของประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโร เคยถูกเขามองว่าสร้างภัยคุกคามต่อสหรัฐอเมริกา

 

ผู้นำสหรัฐฯ ยังย้ำความเชื่อของตนว่า ประธานาธิบดีสีจะไม่ดำเนินการใด ๆ ต่อไต้หวันในช่วงที่เขายังดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี ซึ่งจะสิ้นสุดลงในปี 2029 โดยระบุว่า ความเคลื่อนไหวดังกล่าวอาจเกิดขึ้นหลังจากมีประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนใหม่ แต่ไม่น่าจะเกิดขึ้นในช่วงที่เขายังอยู่ในตำแหน่ง

ทรัมป์ชี้เวเนซุเอลาไม่ใช่แบบอย่างไต้หวัน ย้ำไม่ต้องการเปลี่ยนสถานะเดิม

 

ก่อนหน้านี้ รัฐบาลทรัมป์ได้ระบุในเอกสารยุทธศาสตร์เมื่อปีที่ผ่านมา ว่าสหรัฐฯ มีเป้าหมายหลีกเลี่ยงความขัดแย้งกับจีนในประเด็นไต้หวันและทะเลจีนใต้ ด้วยการเสริมสร้างขีดความสามารถทางทหารของสหรัฐฯ และชาติพันธมิตร

 

จีนมองว่าไต้หวันซึ่งปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยเป็นส่วนหนึ่งของตน และไม่เคยปฏิเสธการใช้กำลังเพื่อรวมไต้หวันเข้ามาอยู่ภายใต้การควบคุม ขณะที่ไต้หวันปฏิเสธข้ออ้างดังกล่าวของปักกิ่ง ด้านโฆษกสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำกรุงวอชิงตันระบุว่า ปัญหาไต้หวันเป็นกิจการภายในของจีนโดยสมบูรณ์ และการแก้ไขปัญหาเป็นสิทธิอธิปไตยของจีนแต่เพียงผู้เดียว

 

สหรัฐอเมริกาไม่มีความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการกับไต้หวัน แต่เป็นผู้สนับสนุนระหว่างประเทศที่สำคัญที่สุดของเกาะแห่งนี้ และมีกฎหมายกำหนดให้ต้องจัดหาเครื่องมือด้านการป้องกันตนเองแก่ไต้หวัน ประเด็นดังกล่าวเป็นชนวนความตึงเครียดในความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับจีนมาอย่างยาวนาน โดยทรัมป์หลีกเลี่ยงการระบุอย่างชัดเจนว่า สหรัฐฯ จะตอบสนองอย่างไรหากความตึงเครียดรอบไต้หวันทวีความรุนแรงขึ้น

ข่าวล่าสุด

SCBXเตรียมเปลี่ยนผ่านผู้นำSCBหลังกฤษณ์ครบวาระปลายก.ค.นี้