posttoday

ราคาน้ำมันร่วง หุ้นอ่อนตัว หลังทรัมป์เผยแผนจัดการน้ำมันเวเนซุเอลา

08 มกราคม 2569

ตลาดหุ้นสหรัฐปิดในแดนลบ ราคาน้ำมันร่วง หลังทรัมป์เผยแผนเข้าจัดการน้ำมันเวเนซุเอลา ขณะราคาทองอ่อนตัวจากแรงเทขายทำกำไร

ข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ที่เผยแพร่ในวันพุธระบุว่า จำนวนตำแหน่งงานว่างลดลงมากกว่าที่คาดในเดือนพฤศจิกายน ขณะที่การจ้างงานชะลอตัวลง อย่างไรก็ดี นักลงทุนยังคงจับตารายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ประจำเดือนธันวาคม ซึ่งมีกำหนดประกาศในวันศุกร์นี้

 

ราคาน้ำมันปรับตัวลดลงในวันพุธ หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เปิดเผยแผนการกลั่นและจำหน่ายน้ำมันดิบจากเวเนซุเอลา ซึ่งสร้างความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบระยะยาวจากการดำเนินการของสหรัฐฯ ขณะที่ดัชนีหุ้นหลักส่วนใหญ่ปรับตัวลดลง หลังจากทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในสัปดาห์นี้

 

นักลงทุนระบุว่า เป็นเรื่องยากที่จะประเมินผลกระทบจากการที่ทรัมป์เข้าควบคุมตัวประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโร ของเวเนซุเอลาในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ความเป็นไปได้ที่การเคลื่อนไหวดังกล่าวต่อกรุงการากัสอาจสร้างความไม่พอใจให้กับจีน ประกอบกับการที่ทรัมป์เพิ่มน้ำหนักถ้อยแถลงเกี่ยวกับการเข้าครอบครองกรีนแลนด์ อาจทำให้ความตึงเครียดทางการค้าโลกทวีความรุนแรง และเพิ่มโอกาสเกิดความผันผวนในตลาดการเงิน

 

รัฐบาลสหรัฐฯ แถลงเมื่อวันพุธว่า ได้ยึดเรือบรรทุกน้ำมันที่ติดธงรัสเซียซึ่งมีความเชื่อมโยงกับเวเนซุเอลา ท่ามกลางความพยายามของทรัมป์ในการกำหนดทิศทางการไหลของน้ำมันในทวีปอเมริกา และกดดันให้รัฐบาลสังคมนิยมในกรุงการากัสหันมาเป็นพันธมิตรกับสหรัฐฯ

 

ในตลาดวอลล์สตรีท ดัชนีดาวโจนส์และเอสแอนด์พี 500 ปรับตัวลดลง ขณะที่ดัชนีแนสแด็กปรับตัวเพิ่มขึ้น ดัชนีหุ้นทั่วโลกหลายแห่งยังคงทำสถิติสูงสุดใหม่ในสัปดาห์นี้ แม้สหรัฐฯ จะเข้าแทรกแซงสถานการณ์ในเวเนซุเอลาก็ตาม

 

ดัชนีดาวโจนส์ลดลง 385.06 จุด หรือ 0.78% ปิดที่ 49,077.02 จุด 

 

ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ลดลง 12.68 จุด หรือ 0.18% ปิดที่ 6,932.14 จุด 

 

ขณะที่ดัชนีแนสแด็กคอมโพสิตเพิ่มขึ้น 78.85 จุด หรือ 0.34% ปิดที่ 23,626.02 จุด

 

ราคาน้ำมันปรับลดลงเป็นวันที่สองติดต่อกันในวันพุธ หลังนักลงทุนประเมินข้อตกลงของประธานาธิบดีทรัมป์ในการนำเข้าน้ำมันดิบจากเวเนซุเอลามูลค่าสูงสุดถึง 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งจะเพิ่มปริมาณอุปทานให้กับประเทศผู้บริโภคน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของโลก

 

สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ปิดตลาดลดลง 74 เซนต์ หรือ 1.2% อยู่ที่ 59.96 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล 

 

ขณะที่น้ำมันดิบเวสต์เทกซัสอินเตอร์มีเดียต (WTI) ของสหรัฐฯ ลดลง 1.14 ดอลลาร์ หรือ 2% ปิดที่ 55.99 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล 

 

โดยราคาน้ำมันทั้งสองอ้างอิงลดลงมากกว่า 1 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในการซื้อขายก่อนหน้า ท่ามกลางการคาดการณ์ว่าปริมาณอุปทานน้ำมันโลกจะอยู่ในระดับสูงในปีนี้

 

ด้านราคาทองคำปรับตัวลดลงมากกว่า 1% ในวันพุธ หลังนักลงทุนขายทำกำไรจากการปรับขึ้นก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ดี ราคาทองคำสามารถลดช่วงขาดทุนลงได้บางส่วน หลังข้อมูลการจ้างงานของสหรัฐฯ ที่อ่อนแอกว่าคาด ช่วยหนุนการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจปรับลดอัตราดอกเบี้ย

 

ราคาทองคำในตลาดสปอตลดลง 0.9% อยู่ที่ 4,445.32 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยระหว่างวันราคาปรับลดลงมากถึง 1.7% แตะระดับ 4,422.89 ดอลลาร์ต่อออนซ์

 

ขณะที่สัญญาทองคำล่วงหน้าของสหรัฐฯ สำหรับการส่งมอบเดือนกุมภาพันธ์ ปิดตลาดลดลง 0.7% อยู่ที่ 4,462.50 ดอลลาร์ต่อออนซ์

 

ข่าวล่าสุด

จากทายาทการเมืองสู่เดิมพันใหม่เพื่อไทย “โฟล์ค–ภูมิพัฒน์” ชิงดอนเมือง