
โอบามาลั่นแผนผ่าตัดภาคแบงก์
ผู้นำสหรัฐประกาศแผนการยกเครื่องภาคธนาคารครั้งใหญ่แล้ว แยกประเภทแบงก์ชัดเจน ลดธุรกรรมความเสี่ยงสูง ลั่นจะสู้ให้ถึงที่สุด
ผู้นำสหรัฐประกาศแผนการยกเครื่องภาคธนาคารครั้งใหญ่แล้ว แยกประเภทแบงก์ชัดเจน ลดธุรกรรมความเสี่ยงสูง ลั่นจะสู้ให้ถึงที่สุด
วานนี้ ประธานาธิบดี บารัก โอบามา ของสหรัฐ ได้ประกาศแผนการยกเครื่องอุตสาหกรรมภาคธนาคารครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายสิบปี โดยพุ่งเป้าลดขนาดและขอบเขตของธนาคารขนาดใหญ่ รวมถึงแบ่งธนาคารพาณิชย์และธนาคารเพื่อการลงทุนออกจากกันให้ชัดเจน ส่งผลให้ตลาดหุ้นสหรัฐสะเทือนหนัก ร่วงไปกว่า 2%
“ชาวอเมริกันผู้เสียภาษีให้รัฐจะไม่มีวันถูกจับเป็นตัวประกันเพราะพวกแบงก์ที่ใหญ่เกินไปที่จะล้มอีก” โอบามา กล่าว โดยมี พอล โวล์คเกอร์ หัวหน้าทีมเศรษฐกิจซึ่งเป็นผู้คิดแผนดังกล่าวยืนเคียงข้าง
รายงานระบุว่ามาตรการดังกล่าวจะกำหนดให้สถาบันการเงินต้องเลือกสถานภาพให้ชัดเจน ระหว่างการเป็นธนาคารพาณิชย์ซึ่งต้องดำเนินธุรกิจให้บริการทั่วไป อาทิ รับฝากเงินและปล่อยกู้ หรือจะเป็นธนาคารเพื่อการลงทุน (วาณิชธนกิจ) ซึ่งจะสามารถซื้อขายหุ้นหรือสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงได้
มาตรการริเริ่มซึ่งยังต้องรอความเห็นชอบจากสภาคองเกรสก่อน ยังได้เสนอมาตรการอื่นๆ อาทิ จำกัดสัดส่วนการลงทุนในตลาดตราสารหนี้ที่มากเกินไปในสถาบันการเงินขนาดใหญ่ต่างๆ เพื่อลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นด้วย
มาตรการครั้งนี้ซึ่งถือเป็นการขีดกรอบภาคธนาคารสหรัฐครั้งใหญ่ที่สุดตั้งแต่ทศวรรษที่ 1930 มีเป้าหมายเพื่อจำกัดการดำเนินธุรกรรมที่มีความเสี่ยงสูงเกินไป และเพื่อปกป้องชาวอเมริกันไม่ให้ต้องตกเป็นผู้แบกรับผลของความเสี่ยงอีกครั้ง หลังจากวิกฤตครั้งที่ผ่านมารัฐบาลต้องนำเงินภาษีมหาศาลเข้าไปอุ้มสถาบันการเงินเพื่อไม่ให้ต้องพังลง
ผู้นำสหรัฐ กล่าวว่า เลือกที่จะปฏิรูประบบเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้ภาคการเงิน แต่ก็ยังเผชิญการขัดขวางจากหลายบริษัทซึ่งมีผลกำไรแบบทุบสถิติ ทั้งที่อ้างว่าไม่สามารถปล่อยกู้ให้ธุรกิจขนาดเล็ก ไม่สามารถลดดอกเบี้ยบัตรเครดิตให้ต่ำลงได้อีก และไม่สามารถคืนเงินรัฐซึ่งเป็นเงินภาษีประชาชน
ผู้นำสหรัฐประกาศด้วยว่าจะผลักดันให้เรื่องนี้ผ่านความเห็นชอบจากสภาคองเกรสให้ได้ แม้ว่าจะมีการตั้งกองทัพล็อบบี้ยิสต์ก็ตาม
“หากคนเหล่านี้คิดจะสู้ ผมก็พร้อมเสมออยู่แล้ว” โอบามา กล่าวทิ้งท้าย
ทั้งนี้ ข้อเสนอยกเครื่องภาคธนาคารครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายทศวรรษ ยังสั่นสะเทือนความเชื่อมั่นของนักลงทุนในวอลสตรีต และทำให้ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ตลาดหุ้นนิวยอร์ก วานนี้ ดิ่งลงทันทีถึง 2.01% หรือ 213.27 จุด มาอยู่ที่ 10,389.99 จุด หรือลดลงต่ำสุดนับตั้งแต่เปิดตลาดในปีนี้
ขณะที่ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ก็ลดลง 1.89% อยู่ที่ 1,116.48 จุด และแนสแด็ก คอมโพสิต ปิดลดลง 1.12% มาอยู่ที่ 2,265.70 จุด ท่าม กลางความกังวลว่าตลาดจะดิ่งลงอีกอย่างต่อเนื่อง หากสภาคองเกรส ผ่านมาตรการดังกล่าวออกมา







