
จีนปีเถาะคาดชะลอเงินเฟ้อพุ่ง
รัฐเข้มคุมความร้อนแรงศก. เงินเฟ้อคุกรุ่นเร่งคุมอสังหาฯ
โพสต์ทูเดย์
— จีนปีเถาะคาดความร้อนแรงเศรษฐกิจลดลง แต่เงินเฟ้อยังกระฉูด รัฐบาลเดินหน้าขยายพื้นที่ควบคุมปริมาณซื้ออสังหาริมทรัพย์ใหม่คณะผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันอะคาเดมี ออฟ ไซน์ส ของจีน เปิดเผยว่า เศรษฐกิจของประเทศในปีนี้จะมีอัตราการเติบโตลดลงจากปีที่แล้วอยู่ประมาณ 9.8% อย่างไรก็ตาม อัตราเงินเฟ้อทั้งปีจะเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 3.3% มาอยู่ที่ 3.7%
ดังนั้น ในช่วงครึ่งปีแรกนั้นเศรษฐกิจจีนจะยังไม่คึกคักจนถึงช่วงครึ่งปีหลัง โดยมีพลังขับเคลื่อนจากแรงซื้อของผู้บริโภค
ขณะที่ภาวะเงินเฟ้อนั้นจะรุนแรงมากที่สุดในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการปรับเพิ่มขึ้นของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ และค่าแรงในจีนที่ปรับสูงขึ้นมาตั้งแต่ปีที่แล้ว ก่อนที่ในช่วงไตรมาสหลังๆ จะเริ่มลดลง
ทั้งนี้ ตลอดช่วงปี 2553 ที่ผ่านมา เศรษฐกิจจีนมีอัตราการเติบโตอยู่ที่ 10.3% ขณะที่อัตราเงินเฟ้อทะลุเพดานที่รัฐบาลจีนตั้งไว้ 3% ไปที่ 3.3% ด้วยอันมีสาเหตุหลักมาจากราคาอาหารที่ปรับเพิ่มสูงขึ้นในจีนตั้งแต่ช่วงครึ่งหลังของปีที่แล้ว
รายงานระบุว่า จีนมีความแตกต่างจากประเทศอื่นเนื่องจากจีนต้องการอย่างยิ่งที่จะควบคุมการเติบโตไม่ให้ร้อนแรงเกินไป และต้องการที่จะควบคุมราคาสินค้าในประเทศเพื่อป้องกันการลุกลามของปัญหาเงินเฟ้อ และปัญหาฟองสบู่ในภาคอสังหาริมทรัพย์
เมื่อปีที่ผ่านมานั้นธนาคารจีนได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมาถึง 2 ครั้ง และได้ใช้หลายมาตรการเพื่อป้องกันการปล่อยกู้ที่มากเกินไปของภาคธนาคารเพื่อป้องกันภาวะเงินเฟ้อ แต่ดูเหมือนว่าจะไม่สัมฤทธิผลเท่าใดนัก
วันเดียวกันสำนักข่าวฉงชิง อีฟนิง นิวส์ รายงานอ้างจากแหล่งข่าวระดับสูงในกระทรวงเพื่อการพัฒนาพื้นที่เมืองและชนบท และอสังหาริมทรัพย์ของจีน ระบุว่า ในปีนี้จีนจะขยายมาตรการควบคุมปริมาณการเข้าซื้ออสังหาริมทรัพย์ไปยังอีก 2 เมือง ให้เข้าไปอยู่ในบัญชีเมืองควบคุมที่จะต้องนำมาตรการนี้ไปบังคับใช้
ฉงชิง อีฟนิง นิวส์ รายงานอ้างจากแหล่งข่าวระดับสูง เปิดเผยว่า ในจำนวนนี้มีเมืองท่าชิงเต่าและจี้หนาน เป็นสองเมืองที่จะถูกเพิ่มเอาไว้ในบัญชีนี้ อย่างไรก็ตาม ทางด้านกระทรวงดังกล่าวยังไม่มีความเห็นต่อรายงานข่าวนี้แต่อย่างใด
เนื่องจากหลายเมืองของจีนถูกบังคับให้ใช้มาตรการการควบคุมปริมาณการซื้ออสังหาริมทรัพย์อยู่แล้ว โดยเมื่อปีที่แล้วจีนได้ประกาศใช้มาตรการนี้กับกรุงปักกิ่งเป็นที่แรก โดยสั่งจำกัดจำนวนแต่ละครอบครัวที่จะซื้ออพาร์ตเมนต์แห่งใหม่เพื่อป้องกันการปั่นราคา และก็ตามมาด้วยมหานครเซี่ยงไฮ้ที่ถูกบังคับใช้ในเดือน ต.ค.
ตามรายงานของจีนนั้นระบุว่า ขณะนี้มีอยู่ถึง 16 เมืองที่ใช้มาตรการดังกล่าวแล้ว เพื่อป้องกันภาวะฟองสบู่ในประเทศ







