
สหรัฐฯ เล็งจ่ายเงินอุดหนุนผลิตไฮโดรเจนสะอาดหลังจบ COP 28
สหรัฐฯ เล็งออกแนวทางจ่ายเงินอุดหนุนกว่าพันล้านดอลลาร์ให้กับบริษัทผู้ผลิตไฮโดรเจนหลังจบการประชุม COP28 ขณะที่กลุ่มสิ่งแวดล้อมชี้ควรมีข้อกำหนดที่ชัดเจนเพื่อป้องกันไม่ให้บริษัทต่างๆใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลในกระบวนการผลิตไฮโดรเจน
เป็นเวลาหลายเดือนที่ฝั่งอุตสาหกรรมรอแนวทางอย่างเป็นทางการจากกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ขณะที่ฝ่ายบริหารของ Biden อยู่ในระหว่างการหารือว่าควรตั้งข้อจำกัดต่อบริษัทผู้ผลิตพลังงานสะอาดรายใหม่หรือไม่ เพื่อป้องกันการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เพิ่มขึ้น
John Podesta ที่ปรึกษาอาวุโสของประธานาธิบดี Joe Biden เผยว่า แนวทางจ่ายเงินอุดหนุนจะประกาศอย่างเป็นทางการก่อนสิ้นปีนี้ พร้อมยืนยันว่าจะไม่ประกาศในช่วงการประชุมสุดยอด COP28 วันที่ 30 พ.ย. ถึง 12 ธ.ค.
ไฮโดรเจนสีเขียวเป็นเชื้อเพลิงทางเลือกซึ่งเป็นพลังงานสะอาด ที่ฝ่ายบริหารของ Biden มองว่ามีความสำคัญต่ออุตสาหกรรมที่ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ยาก เช่น อุตสาหกรรมอลูมิเนียมและซีเมนต์ นอกจากนี้ในกระบวนการผลิตระหว่างแยกก๊าซไฮโดรเจนจากน้ำ จะใช้พลังงานหมุนเวียนอย่างพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม หรือพลังน้ำ ซึ่งช่วยให้ในกระบวนการผลิตจะไม่มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์
แม้ในปัจจุบันไฮโดรเจนสีเขียวยังไม่มีการผลิตเนื่องจากราคาต้นทุนที่สูงและข้อจำกัดด้านอื่นๆ แต่ฝ่ายบริหารของ Biden หวังเดินหน้าในอุตสาหกรรมดังกล่าวด้วยการจ่ายเงินอุดหนุนที่ 3 ดอลลาร์ต่อกิโลกรัม
อย่างไรก็ตาม องค์กรเพื่อสิ่งแวดล้อมและบริษัทผู้ผลิตไฮโดรเจนสีเขียวบางแห่งมองว่า กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ควรระบุข้อจำกัดต่อบริษัทผู้ผลิตไฮโดรเจนรายใหม่ให้ชัดเจน เพื่อสร้างความมั่นใจว่ากระบวนการผลิตจะมาจากพลังงานสะอาดทั้งหมด โดยปราศจากการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลที่ก่อมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม
การศึกษาจากมหาวิทยาลัยพรินซ์ตันเผยว่า หากไม่ระบุข้อจำกัดอย่างชัดเจน เงินอุดหนุนจากภาครัฐอาจกลายเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพิ่มขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจ เนื่องจากความต้องการด้านพลังงานที่เพิ่มขึ้นและต้องหันไปพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล
ขณะที่กลุ่มอุตสาหกรรมบางส่วนมองว่า หากโครงการมอบเงินอุดหนุนมีข้อจำกัดที่เข้มงวดเกินไป อาจส่งผลร้ายต่อเป้าหมายของทางรัฐบาลเอง เนื่องจากบางโครงการอาจไม่เกิดความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ
ด้าน David Turk รองรัฐมนตรีกระทรวงพลังงานสหรัฐฯให้ความเห็นว่า กระทรวงการคลังและกระทรวงพลังงานยังมีความเห็นที่ขัดแย้งกันต่อแนวทางดังกล่าว
หนึ่งในแหล่งข่าวระบุว่า ร่างดังกล่าวต้องการระบุแนวทางที่ครอบคลุมว่าในระหว่างกระบวนการผลิตไฮโดรเจนจะไม่มีเชื้อเพลิงฟอสซิลเข้ามาเกี่ยวข้อง และต้องมาจากพลังงานทดแทนแบบ 100%
นอกจากเงินอุดหนุนจาก IRA กระทรวงพลังงานสหรัฐฯ ยังเล็งสร้าง "ศูนย์กลางไฮโดรเจน" อีก 7 แห่งในประเทศ ซึ่งจะใช้เงินราว 7 พันล้านดอลลาร์เพื่อทดลองและขยายฐานการผลิตไฮโดรเจนสะอาด
ในจำนวนนี้ จะมี 3 แห่ง ที่เดิมเป็นโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ แต่ยังไม่มีความชัดเจนว่า "ศูนย์กลางไฮโดรเจน" จะมีความเป็นไปได้ในเชิงเศรษฐกิจหรือไม่
ทั้งนี้ ความเห็นบางส่วนระบุว่าการเริ่มดำเนินการผลิตไฮโดรเจนสีเขียวให้ไวที่สุด แม้ยังไม่มีกฎหรือขอบเขตที่ครอบคลุมจะส่งผลดีในระยะยาว แม้ขั้นตอนเริ่มต้นอาจก่อให้เกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกบ้าง แต่ทั้งหมดจะถูกกำจัดออกไปในภายหลัง ขณะที่บางส่วนมองว่าจำเป็นต้องมีข้อกำหนดที่เข้มงวดและมีความชัดเจนเพื่อประสิทธิภาพการลดปล่อยมลพิษในระยะยาว







