
ตัวใครตัวมัน
ในสัปดาห์นี้ก็จะมีการประชุมใหญ่ของโลกที่น่าจับตาอีกครั้ง ไม่ใช่เวทีพหุภาคีอย่าง จี20 เวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรัม หรือไอเอ็มเอฟ แต่เป็น 2 ประเทศที่มีอิทธิพลต่อเศรษฐกิจโลกที่สุดในวันนี้ หรือการประชุมสุดยอดผู้นำจีนสหรัฐ ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี.
ในสัปดาห์นี้ก็จะมีการประชุมใหญ่ของโลกที่น่าจับตาอีกครั้ง ไม่ใช่เวทีพหุภาคีอย่าง จี20 เวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรัม หรือไอเอ็มเอฟ แต่เป็น 2 ประเทศที่มีอิทธิพลต่อเศรษฐกิจโลกที่สุดในวันนี้ หรือการประชุมสุดยอดผู้นำจีนสหรัฐ ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี.
โดย....ธนพล ไชยภาษี
ในสัปดาห์นี้ก็จะมีการประชุมใหญ่ของโลกที่น่าจับตาอีกครั้ง ไม่ใช่เวทีพหุภาคีอย่าง จี20 เวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรัม หรือไอเอ็มเอฟ แต่เป็น 2 ประเทศที่มีอิทธิพลต่อเศรษฐกิจโลกที่สุดในวันนี้ หรือการประชุมสุดยอดผู้นำจีนสหรัฐ ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี.
ที่บอกว่าน่าจับตา ไม่ใช่เพราะจะมีข้อตกลงหรือการจับมืออะไรที่นำไปสู่ทิศทางขาบวกของภาวะปากท้องโลก
ตรงกันข้าม การพบกันของมังกรและอินทรีคู่นี้กลับส่งสัญญาณร้อนๆ กล่าวหาโจมตีกันไปมาตั้งแต่การประชุมยังไม่เปิดม่านด้วยท่าทีที่แข็งกร้าว และน่าจะเป็นการส่งสัญญาณถึงทิศทางเศรษฐกิจโลกในปีนี้ได้ดีอีกครั้งว่าอย่าได้หวังพึ่งใคร
แม้ในช่วงหลังมานี้ จีนจะมีทิศทางกร้าวขึ้นอย่างเห็นได้ชัดต่อเสียงโจมตีในประเด็นเศรษฐกิจจากสหรัฐ ทั้งเรื่องค่าเงินหยวน และการค้าที่ไม่เป็นธรรม ทว่าส่วนใหญ่ก็มักเป็นการแก้ต่างเสียงโจมตี และมักไม่ใช่การเริ่มก่อน
แต่ในครั้งนี้ ประธานาธิบดี หูจิ่นเทา กลับแสดงท่าทีที่แข็งกร้าวแบบไม่เคยเป็นมาก่อน ทั้งที่กำลังจะเดินทางไปพบปะกับประธานาธิบดี บารัก โอบามา ว่า ระบบสกุลเงินตราต่างประเทศในทุกวันนี้ซึ่งถูกครอบงำโดยเงินเหรียญสหรัฐ เป็นผลิตผลจากยุคอดีตที่ล้าสมัยไปเสียแล้ว
ที่สำคัญ จีนจะเป็นผู้เปลี่ยนมรดกยุคเก่าด้วยเงินหยวนของจีนเอง แม้ว่าจะเป็นหนทางที่ยังยาวไกลก็ตาม
เรียกว่าไม่มีอะไรต้องอ้อมค้อม หรือกระมิดกระเมี้ยนทางการทูตกันอีกแล้ว
เพราะทันทีที่สหรัฐออกมาตรการผ่อนปรนทางการเงินเชิงปริมาณ 2 (QE2) 6 แสนล้านเหรียญสหรัฐ เมื่อปลายปีที่แล้ว ก็เท่ากับเป็นการกดปุ่มของสงครามค่าเงินระลอกใหม่ในปี 2011 นี้ ให้เงินเหรียญสหรัฐอ่อนตัว ส่วนเงินสกุลอื่นๆ ในตลาดเกิดใหม่ก็แข็งค่าไปตามระเบียบ และหากการฟื้นตัวยังไม่ดีอย่างที่คิดไว้ ก็อาจมีคิวอี 3 ให้เห็นอีกในปลายปี
ลำพังแค่การปั๊มเงินเข้าระบบครั้งแรกพร้อมกับนโยบายดอกเบี้ยต่ำ นับตั้งแต่ปี 2008 จีนก็กลายเป็นแหล่งรองรับเงินร้อนมาโดยตลอด จนไม่น่าแปลกใจว่าเหตุใดปัญหาความเสี่ยงฟองสบู่สินทรัพย์ ราคาอสังหาริมทรัพย์พุ่งสูง และเงินเฟ้อในจีน จึงแก้กันข้ามปีไม่จบเสียที แต่จีนก็ยืนยันว่าปัญหายังไม่แรงพอจะทำให้ต้องขึ้นค่าเงินเพื่อแก้เงินเฟ้อ
หูจิ่นเทา ยังโยนบาปของมาตรการคิวอี 2 อีกครั้งว่า เป็นการเอาตัวรอดฝ่ายเดียวโดยไม่สนคนอื่นว่าจะเป็นอย่างไร ทั้งที่เป็นมาตรการส่งผลกระทบใหญ่ไปทั่วโลก ก่อให้เกิดสภาพคล่องและเงินทุนล้นทะลัก
และหากไม่ร่วมมือกันให้มากขึ้น เศรษฐกิจโลกคงยังต้องปั่นป่วนจากนโยบายแบบตัวใครตัวมันไปกันอีกปี







