
ศาลสหรัฐชี้ผู้ปกครองไม่สามารถขอให้โรงเรียนเผยเพศสภาพของลูกตัวเองได้
ศาลอุทธรณ์ของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ตัดสินว่าผู้ปกครองไม่สามารถฝ่าฝืนนโยบายของเขตการศึกษาในรัฐแมริแลนด์ ซึ่งระบุว่า บุคลากรในโรงเรียนจะไม่สามารถแจ้งข้อมูลแก่ผู้ปกครองได้ ว่าลูกของพวกเขาเป็นคนข้ามเพศ หากไม่ได้รับความยินยอมจากนักเรียนเอง
คดีความดังกล่าว ถูกยื่นโดยกลุ่มผู้ปกครอง 3 คนที่ได้รับการสนับสนุนจาก National Legal Foundation ซึ่งเป็นกลุ่มคริสเตียนอนุรักษ์นิยม โดยระบุว่านโยบายของโรงเรียนที่ไม่แจ้งให้ผู้ปกครองทราบว่าลูกๆของพวกเขาเป็นคนข้ามเพศนั้น ละเมิดสิทธิตามกระบวนการอันชอบธรรมภายใต้กฎหมายรัฐธรรมสหรัฐฯ มาตราแก้ไขที่ 14 (the 14th Amendment) ว่าด้วยสิทธิในการดูแลลูกๆของพวกเขา
โดยนโยบายซึ่งคณะกรรมการการศึกษาแห่งเมือง Montgomery ได้นำมาใช้ในปีการศึกษา 2020-2021 จะอนุญาตให้โรงเรียนพัฒนาแผนสนับสนุนเรื่องเพศสำหรับนักเรียน เพื่อสร้างความมั่นใจว่าเด็กๆจะไม่อึดอัดในการแสดงออกซึ่งอัตลักษณ์ทางเพศของตนเอง"
นโยบายนี้ยังกำหนดให้บุคลากรของโรงเรียนสนับสนุนนักเรียนข้ามเพศรวมถึงนักเรียนที่มีอัตลักษณ์ทางเพศแตกต่างไปจากความเป็นชายหรือหญิงในบริบทของสังคมนั้นๆ โดยโรงเรียนจะให้การสนับสนุนทั้งทางด้านสรรพนาม ชื่อที่นักเรียนต้องการให้เรียก รวมถึงสามารถใช้ห้องน้ำตามเพศที่พวกเขาต้องการได้ นอกจากนี้ บุคลากรในโรงเรียนจะไม่สามารถแจ้งข้อมูลดังกล่าวให้แก่ผู้ปกครองได้หากไม่ได้รับความยินยอมจากนักเรียนเอง
อย่างไรก็ตาม ผู้พิพากษาแห่งศาลอุทธรณ์สหรัฐฯ กล่าวว่า กลุ่มผู้ปกครองแค่ไม่เห็นด้วยกับนโยบายดังกล่าว และไม่สามารถฝ่าฝืนนโยบายดังกล่าวได้ เนื่องจากพวกเขาก็ไม่มีแผนสนับสนุนทางเพศสภาพต่อลูกๆเช่นกัน นอกจากนี้ เมื่อไม่เห็นด้วยกับนโยบายก็ควรส่งเรื่องถึงผู้ตรากฎหมายที่มาจากการเลือกตั้ง ไม่ใช่ยื่นร้องเรียนต่อผู้พิพากษา
ขณะที่ทางด้านทนายความของกลุ่มผู้ปกครอง ระบุว่ากำลังพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป โดยที่ผู้ปกครองไม่ต้องรอจนนโยบายดังกล่าวส่งผลร้ายต่อลูกๆของพวกเขา
ทั้งนี้ Paul Niemeyer ผู้พิพากษาของศาลอุทธรณ์ค้านว่า ผู้ปกครองมีสิทธิยื่นฟ้องได้ เนื่องจากประเด็นทางเพศเป็นเรื่องภายในครอบครัว และไม่ใช่ประเด็นที่ต้องแก้ไขในโรงเรียนโดยปราศจากความยินยอมจากผู้ปกครอง







