posttoday

เหตุกราดยิงครั้งใหญ่ในสหรัฐฯ คร่าชีวิต 10 ศพก่อนวันหยุดยาว 4 ก.ค

05 กรกฎาคม 2566

เกิดเหตุกราดยิงหลายครั้งในฟิลาเดลเฟีย บัลติมอร์ และฟอร์ตเวิร์ธ รัฐเท็กซัส คร่าชีวิตผู้คน 10 รายก่อนวันหยุดยาววันที่ 4 กรกฎาคม สะท้อนความล้มเหลวยาวนานหลายทศวรรษในการควบคุมความรุนแรงจากปืนในสหรัฐฯ

ในเมืองฟอร์ตเวิร์ธ มีผู้เสียชีวิต 3 รายและบาดเจ็บ 8 รายในเหตุกราดยิงครั้งใหญ่หลังเทศกาลท้องถิ่น ตำรวจระบุเมื่อวันอังคาร

ส่วนเหตุการณ์กราดยิงในฟิลาเดลเฟียเมื่อคืนวันจันทร์ มีผู้เสียชีวิต 5 คนและบาดเจ็บ 2 คน เมื่อผู้ต้องสงสัยสวมเสื้อกั๊กกันกระสุนเปิดฉากกราดยิงใส่ฝูงชน มีผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นเด็กวัยหัดเดินและวัยรุ่น

เหตุกราดยิงในคืนวันจันทร์มีขึ้น 1 วันหลังจากมีคนถูกยิงเสียชีวิต 2 คนและอีก 28 คนได้รับบาดเจ็บ ซึ่งประมาณครึ่งหนึ่งเป็นเด็ก ท่ามกลางเสียงปืนที่งานเลี้ยงกลางแจ้งในละแวกบ้านในเมืองบัลติมอร์

ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐฯ ประณามความรุนแรงและเรียกร้องอีกครั้งให้เข้มงวดกับกฎหมายปืนที่หละหลวมของอเมริกา

“ประเทศของเราต้องทนกับเหตุการณ์กราดยิงที่น่าสลดใจและไร้สติอีกครั้ง” ประธานาธิบดีระบุในถ้อยแถลงที่เผยแพร่เมื่อวันอังคาร ไบเดนเรียกร้องให้สมาชิกสภานิติบัญญัติของพรรครีพับลิกัน “มาร่วมโต๊ะหารือเกี่ยวกับการปฏิรูปอย่างจริงจังและมีจิตสำนึก”

พรรครีพับลิกันในสภาคองเกรสมักจะปิดกั้นความพยายามที่จะปฏิรูปกฎหมายความปลอดภัยของปืนอย่างมีนัยสำคัญ และคัดค้านการที่ไบเดนผลักดันให้คืนสถานะการห้ามใช้อาวุธสงคราม

นักการเมืองพรรครีพับลิกันหลายคน ซึ่งได้รับเงินบริจาคหลายล้านดอลลาร์จากกลุ่มสิทธิปืนและผู้ผลิตอาวุธ มักจะอ้างบทบัญญัติในการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งที่สองของสหรัฐอเมริกาที่ปกป้องสิทธิในการถืออาวุธ คัดค้านความพยายามในการออกกฎหมายควบคุมอาวุธปืน

ทั้งนี้ สหรัฐอเมริกาประสบปัญหาการกราดยิงและเหตุการณ์ความรุนแรงจากปืนจำนวนมาก จนถึงขณะนี้ มีการกราดยิงหมู่มากกว่า 340 ครั้งในปี 2566 ในประเทศ ตามข้อมูลที่รวบรวมโดย Gun Violence Archive ซึ่งระบุว่าการกราดยิง หมายถึงเหตุการณ์ที่มีผู้ถูกยิงอย่างน้อย 4 คน ไม่รวมผู้ก่อเหตุ โดยเปิดเผยว่าในช่วงครึ่งแรกของปี 2566 สูงถึง 679 ครั้งหรือประมาณสองเท่าของ 336 ครั้งที่เคยบันทึกไว้ในปี 2561 ซึ่งจะเป็นยอดรวมประจำปีที่สูงเป็นอันดับสองในช่วงเก้าปีที่ผ่านมา รองจากเพียง 690 ครั้งที่ถูกบันทึกไว้ ในปี 2564 

และการวิเคราะห์จากสถาบันตัวชี้วัดและประเมินผลด้านสุขภาพแห่งมหาวิทยาลัยวอชิงตันแสดงให้เห็นว่าสหรัฐอเมริกามีจำนวนผู้เสียชีวิตจากปืนต่อหัวมากที่สุดเมื่อเทียบกับประเทศที่มีรายได้สูงขนาดใหญ่อื่นๆ

ข่าวล่าสุด

“โรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง” รุกตลาด “เบียร์สด” พัทยา หนุนศก.ท่องเที่ยว