
ควันไฟป่าแคนาดา ปกคลุมทั่วท้องฟ้าสหรัฐฯ ทางการเตือนงดกิจกรรมกลางแจ้ง
ท้องฟ้าสหรัฐฯถูกปกคลุมด้วยควันจากไฟป่าที่ถูกโหมพัดพามาจากแคนาดา ขณะที่ทางการแจ้งเตือนประชาชนให้จำกัดกิจกรรมกลางแจ้งจากคุณภาพอากาศที่ย่ำแย่ซึ่งอาจส่งผลอันตรายต่อสุขภาพ
กรมอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติ แจ้งเตือนคุณภาพอากาศที่ย่ำแย่และคาดว่าจะกินเวลาไปจนถึงวันพฤหัสบดีหรือนานกว่านั้น ในพื้นที่ส่วนใหญ่ในแถบมิดเวสต์ของสหรัฐฯ ตั้งแต่ทางตะวันตกของไอโอวาไปจนถึงอิลลินอยส์ วิสคอนซิน มิชิแกนและโอไฮโอ
การแจ้งเตือนคุณภาพอากาศที่เกิดจากควันไฟป่าในแคนาดาที่ยืดเยื้อกินเวลานาน ยังมีผลบังคับใช้ในนิวยอร์ก, นิวเจอร์ซีย์, เพนซิลเวเนีย, วอชิงตัน ดี.ซี. และบางส่วนของรัฐนอร์ทแคโรไลนา ซึ่งโดยภาพรวมแล้ว ชาวอเมริกันมากกว่า 100 ล้านคนกำลังเผชิญกับคุณภาพอากาศที่ย่ำแย่
นอกจากนี้ ทางการยังเตือนว่าประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว โดยเฉพาะเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีปัญหาเรื่องระบบทางเดินหายใจ ให้จำกัดการทำกิจกรรมที่ต้องออกแรงหนัก และหากเป็นไปได้ให้อยู่ในตัวอาคารรวมถึงสวมหน้ากากอนามัย
ทั้งนี้ แคนาดากำลังเผชิญกับเหตุการณ์ไฟป่าที่เลวร้ายที่สุดเท่าที่เคยมีมา ซึ่งได้ทำลายพื้นที่ไปแล้วกว่า 19.8 ล้านเอเคอร์ โดยล่าสุดยังมีไฟป่าลุกลามอยู่ราว 477 จุด ซึ่งราวครึ่งหนึ่งอยู่ในระดับที่ไม่สามารถควบคุมเพลิงได้แล้ว
ตามรายงานของบริการติดตามมลพิษ IQAir ในช่วงบ่ายวันพุธ โตรอนโต เมืองใหญ่ที่สุดของแคนาดามีคุณภาพอากาศแย่ที่สุดเมื่อเทียบกับบรรดาเมืองใหญ่อื่นๆของโลก
อย่างไรก็ตาม ผลกระทบจากควันไฟป่ายังส่งผลให้อุณหภูมิสูงขึ้น โดยทางตอนใต้ของสหรัฐฯ, ฟลอริดา และแคลิฟอร์เนีย ประชาชนราว 56 ล้านคนต้องทนกับอากาศร้อนจัดและคาดว่าจะคงอยู่ต่อตลอดช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
นอกจากนี้ประชากรใน Webb County รัฐเท็กซัส มีผู้เสียชีวิตจากอากาศร้อนแล้ว 11 ราย โดยผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่มีโรคประจำตัวและอายุอยู่ระหว่าง 60 ถึง 80 ปี อย่างไรก็ตามเมื่อเทียบกับเมืองอื่นๆแล้ว ประชากรใน Webb County ค่อนข้างมีรายได้ต่อหัวที่ต่ำ คนส่วนใหญ่ไม่มีเครื่องปรับอากาศใช้จึงส่งผลให้พวกเขาต้องทนกับอากาศร้อนจัด
กรมอุตุนิยมวิทยายัง ระบุว่า ค่าดัชนีความร้อนคาดว่าจะเพิ่มขึ้นแตะ 38 องศาเซลเซียส และในบางจุดอาจสูงถึง 46 องศาเซลเซียส พร้อมเตือนให้ประชาชนควรดื่มน้ำมากๆ







