posttoday
ยุคทองของ "AI" วิกฤตหรือโอกาสการลงทุน?

ยุคทองของ "AI" วิกฤตหรือโอกาสการลงทุน?

27 มิถุนายน 2566

การเกิดขึ้นของปัญญาประดิษฐ์เชิงสร้างสรรค์ (Generative AI) ได้กระตุ้นภาพรวมของตลาดการลงทุนในปีนี้เป็นอย่างมาก แต่หลังจากมีข้อกังวลด้านความปลอดภัยของ AI นักลงทุนต้องหนักใจกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น และจำเป็นต้องเลือกหุ้นอย่างรอบคอบ

เมื่อปัญญาประดิษฐ์เริ่มเข้ามามีบทบาทในหลายภาคส่วน ผู้จัดการพอร์ตการลงทุนต้องประเมินศักยภาพของธุรกิจต่างๆ ตั้งแต่บริการด้านไอทีและการให้คำปรึกษาไปจนถึงสื่อและแวดวงการศึกษามากขึ้น

ผลกระทบโดยรวมต่อความสามารถในการทำกำไรของบริษัทต่างๆ ถูกมองว่ามีผลในเชิงบวกเป็นอย่างมาก แต่นอกจาก Nvidia และธุรกิจอื่นในอุตสาหกรรมชิปเซมิคอนดักเตอร์ นักวิเคราะห์เตือนว่าผลกระทบในเชิงลบอาจเกิดขึ้นกับบริษัททั่วยุโรปและสหรัฐอเมริกา

McKinsey กล่าวว่าปัญญาประดิษฐ์เชิงสร้างสรรค์ (Generative AI) สามารถเพิ่มมูลค่าให้กับเศรษฐกิจโลกในแต่ละปีได้ถึง7.3 ล้านล้านดอลลาร์ และเชื่อว่าครึ่งหนึ่งของกิจกรรมการทำงานในปัจจุบันสามารถทำให้กลายเป็นระบบอัตโนมัติได้ในช่วงปี 2030 ถึง 2060

อย่างไรก็ตาม นั่นหมายความว่าองค์กรต่างๆ ต้องเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่  เช่นการลดจำนวนพนักงานหรือตำแหน่งงานที่ไม่จำเป็นออกไป รวมถึงต้องทบทวนรูปแบบธุรกิจของตนใหม่ หากต้องการนำศักยภาพของปัญญาประดิษฐ์มาใช้อย่างเต็มที่

ทางด้าน Gilles Guibou หัวหน้าฝ่ายกองทุนหุ้นยุโรปของ AXA Investment Managers กล่าวว่า " AI ไม่ได้มีผลกระทบแค่ในเชิงบวกเท่านั้น แต่ยังสามารถส่งผลให้เกิดสภาวะเงินฝืดได้เช่นกัน เช่นการแย่งส่วนแบ่งทางการตลาด ทำให้การเติบโตของยอดขายลดลง และทำให้ราคาหุ้นตกต่ำโดยเฉพาะกับบริษัทที่เผชิญกับการแข่งขันอย่างรุนแรง ” 

ตัวอย่างสถานการณ์เช่น เมื่อลูกค้าต้องการเข้ารับบริการด้านไอที จากเดิมที่ต้องใช้พนักงานเขียนโค้ด 100 คน แต่เมื่อมี AI เข้ามาช่วย บริษัทสามารถลดจำนวนพนักงานให้เหลือเพียงครึ่งหนึ่งได้ อำนาจในการต่อรองราคาจะตกไปอยู่ในมือของลูกค้า ซึ่งต้องการราคาที่ถูกลง

AI อาจไม่ได้มีแค่ข้อดีเสมอไป

ปัจจุบันความกังวลเกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์ได้แพร่กระจายไปยังธุรกิจหลายภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นหุ้นของบริษัทเอาท์ซอร์ส Teleperformance ที่ร่วงลงกว่า 30% หลังมีการวิเคราะห์ว่า AI จะสามารถเข้ามาแทนที่แรงงานได้ 

ขณะที่ในภาคการศึกษา หุ้นของบริษัท Pearson ในสหราชอาณาจักรลดลงกว่า 15% ภายในวันเดียว ส่วน Chegg บริษัทคู่แข่งจากสหรัฐอเมริกาลดลงถึง 62% เนื่องจากนักเรียนนักศึกษาเริ่มหันไปใช้ ChatGPT ในการเรียนการสอนมากขึ้น

นอกจากนี้ Andrea Scauri ผู้จัดการพอร์ตการลงทุนของ Lemanik ให้ความเห็นว่าความไม่แน่นอนเกี่ยวกับ AI ทำให้เขาไม่กล้าลงทุนในหุ้นบริการด้านไอที แม้ว่าการประเมินมูลค่าจะดูน่าสนใจก็ตาม

ทั้งนี้ การสำรวจล่าสุดในเดือนมิถุนายนโดย Bank of America พบว่า 29% ของนักลงทุนทั่วโลกไม่คาดหวังว่า AI จะสามารถช่วยเพิ่มผลกำไรได้ ขณะที่อีก 40% คาดว่า AI จะมีผลเชิงบวกต่อกำไรของบริษัท 

ข่าวล่าสุด

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา