
BYD ตั้งเป้าเป็นแบรนด์รถยนต์ที่ขายดีที่สุดของจีน
BYD กลายเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มียอดขายสูงสุดในจีนในตลอด 4 สัปดาห์แรกของเดือนพฤศจิกายน จากข้อมูลยังพบว่ามีประสิทธิภาพดีกว่า Volkswagen ถือเป็นการสร้างแรงกดดันต่อผู้เล่นรายเก่าในตลาดรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก
ข้อมูลจาก China Merchants Bank International ( CMBI ) เผยว่า เมื่อ Tesla (TSLA.O) ปรับราคารุ่น Model 3 และ Model Y ลง พอเทียบกับปีที่แล้ว ยอดขาย Tesla's ในจีนเพิ่มขึ้นเกือบสองเท่าช่วงเดือนพฤศจิกายน
ขณะที่ยอดขายของ BYD ตั้งแต่วันที่ 1-27 พฤศจิกายนอยู่ที่ 152,863 คัน เฉลี่ยแล้วยอดขายต่อวันเพิ่มขึ้นเกือบ 83% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนทางด้าน Volkswagen อยู่ที่ 143,602 คัน และ Toyota Motor Corp's (7203.T) อยู่ที่ 115,272 คัน ลดลง 0.3% และ 0.5% ตามลำดับ
อย่างไรก็ตาม ยอดของกลุ่ม Volkswagen AG ยังดีกว่า BYD หากรวมยอดขายจาก Audi ที่ 36,847 คันเข้าไปด้วย
หากแนวโน้มยอดขายของ BYD ยังเป็นแบบนี้ตลอดทั้งเดือน นี่จะเป็นครั้งแรกที่ BYD แบรนด์ที่เพิ่งเกิดในปี 2003 มียอดขายสูงสุดในจีน และจะเป็นครั้งแรกของบริษัทที่มีผลิตภัณฑ์ปลั๊กอินไฮบริด และรถยนต์ไฟฟ้า(EVs) ขึ้นนำบนหัวตาราง
นอกเหนือจากเทสลา บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ระดับโลกต่างสูญเสียยอดขายและส่วนแบ่งทางตลาดในแผ่นดินใหญ่ให้กับรถที่จีนผลิตเอง เนื่องจากมีราคาย่อมเยาและมาด้วยฟีเจอร์ต่างๆที่น่าสนใจ ทั้งความบันเทิงและระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ
ในยุคที่รถ EV ครองตลาด Stellantis (STLA.MI) เพิ่งแถลงเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมาว่ากำลังจะยื่นฟ้องล้มละลายสำหรับกิจการร่วมค้าผลิตรถ Jeep ในจีน ซึ่งถือเป็นความล้มเหลวของแบรนด์รถยนต์ต่างประเทศที่เก่าแก่ที่สุดในตลาดที่ใหญ่ที่สุดในโลก
ทางด้านผู้ผลิตรถยนต์ส่วนใหญ่ต่างต้องรับมือกับภาวะเศรษฐกิจถดถอยในตลาดจีน เนื่องจากแรงจูงใจในการซื้อของผู้บริโภคกำลังลดลง รวมถึงนโยบาย zero-COVID อันเข้มงวดของทางการ ทำให้ผู้บริโภคไม่สามารถเข้ามาชมสินค้าตามโชว์รูมได้
ตามข้อมูลของ CMBI สำหรับรถยนต์ที่ผลิตในจีน ยอดขายเฉลี่ยต่อวันในช่วง 4 สัปดาห์แรกของเดือนพฤศจิกายนลดลง 7% ขณะที่ในช่วง 3 สัปดาห์แรกของเดือนตุลาคมลดลง 2%







