
จ่อใช้มาตรา 5? เสี่ยงบานปลายสู่สงครามรัสเซีย-นาโต
หลัง NATO เรียกประชุมฉุกเฉินเพื่อหารือถึงเหตุการณ์ขีปนาวุธที่ตกลงในดินแดนของโปแลนด์ จนทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย ด้านประธานาธิบดี ‘โจ ไบเดน’ แห่งสหรัฐฯให้ความเห็นว่าขีปนาวุธลูกดังกล่าวอาจไม่ได้มาจากรัสเซีย
กระทรวงการต่างประเทศโปแลนด์ระบุว่า ขีปนาวุธที่ตกยังหมู่บ้าน Przewodow ทางตะวันออกของโปแลนด์ ห่างจากชายแดนยูเครนเพียง 6 กิโลเมตร และคร่าชีวิตประชาชนในละแวกใกล้เคียงไป 2 ราย เป็นขีปนาวุธของรัสเซีย ในขณะที่แดนหมีขาวยังปัดความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ดังกล่าว
มีรายงานว่า โปแลนด์ร้องขอ NATO ให้มีการประชุมภายใต้มาตรา 4 ของสนธิสัญญา ว่าด้วยการอนุญาตให้ชาติสมาชิกเรียกประชุมใหญ่ได้หากดินแดนหรือความมั่นคงกำลังถูกคุกคาม
นอกจากนี้ภายใต้บทบัญญัติมาตรา 5 ของสนธิสัญญา NATO ว่าด้วย ‘การโจมตีสมาชิกประเทศใดประเทศหนึ่งของ NATO จะถือเป็นการโจมตีสมาชิกทั้งหมด’ โปแลนด์ซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศสมาชิกและได้รับผลกระทบจากการโจมตีของรัสเซียในครั้งนี้โดยตรง มีแนวโน้มว่าสงครามระหว่างรัสเซีย-ยูเครน อาจบานปลายไปสู่สงครามรัสเซีย-นาโต
ด้านประธานาธิบดีแห่งสหรัฐฯ ‘โจ ไบเดน’ ให้ความเห็นว่า ยังเร็วไปที่จะด่วนตัดสินว่าขีปนาวุธลูกนั้นมาจากรัสเซีย เขายังไม่กล้าให้คำตอบจนกว่าจะได้รับข้อมูลที่ตรวจสอบอย่างถี่ถ้วนแล้ว แต่เมื่อดูจากวิถียิง ก็คิดว่าไม่น่ามาจากรัสเซียอยู่ดี แต่เราจะได้รู้กันหลังการตรวจสอบ
ส่วนประธานาธิบดีโวโลดีเมียร์ เซเลนสกี้ แห่งยูเครน ชี้ว่า ขีปนาวุธของรัสเซียที่ตกยังแผ่นดินโปแลนด์ในครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณ ‘ยกระดับความขัดแย้งและรุนแรง’ ในขณะที่รัฐมนตรีกลาโหมของยูเครนเรียกร้องให้กำหนดมาตรการควบคุมทางอากาศหรือ 'เขตห้ามบิน (No-fly Zone)' เพื่อป้องกันความรุนแรงจากขีปนาวุธที่รัสเซียอาจยิงถูกประเทศเพื่อนบ้านอีก
ทางฝั่งกระทรวงกลาโหมของรัสเซียได้ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา พร้อมโต้ตอบกับเหตุการณ์ดังกล่าวว่า "เป็นการยั่วยุโดยเจตนาที่มุ่งทำให้สถานการณ์บานปลาย"







