
คาด 'ธารน้ำแข็งทั่วโลก' ละลายหมดในปี 2050
รายงานจาก UN คาดว่า ภายในปี 2050 ธารน้ำแข็งทั่วโลกมีแนวโน้มละลายหายไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จากผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ หรือ Climate Change
จากการเฝ้าติดตามธารน้ำแข็ง 18,600 แห่ง ทั่วแหล่งมรดกโลก 50 แห่ง รายงานชี้ว่า 1 ใน 3 ของธารน้ำแข็งอาจหายไปภายในปี 2050 จากผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งรวมถึงธารน้ำแข็งในภูเขาคิลิมันจาโร ธารน้ำแข็งในเทือกเขาแอลป์และอุทยานแห่งชาติโยเซมิตีในสหรัฐอเมริกา
ธารน้ำแข็งเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศชั้นดี เพราะเราสามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงได้อย่างเป็นรูปธรรม การละลายของธารน้ำแข็งทั่วโลกถือเป็นหลักฐานชัดเจนที่สุดว่าอุณหภูมิโลกกำลังเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ
สำหรับธารน้ำแข็งมรดกโลกอีก 2 ใน 3 ที่เหลืออยู่ รายงานระบุว่าหากเราจำกัดอุณหภูมิโลกไว้ ไม่ให้เพิ่มขึ้นอีก 1.5 องศาเซลเซียส จะสามารถรักษาธารน้ำแข็งที่เหลือเอาไว้ได้
ในแต่ละปีธารน้ำแข็งเหล่านี้จะละลายหายไปราว 58,000 ล้านตันทุกปี หรือเทียบเท่ากับปริมาณการใช้น้ำของประเทศฝรั่งเศสและสเปนรวมกัน การสูญเสียธารน้ำแข็งมรดกโลก อาจมีส่วนทำให้ระดับน้ำทะเลทั่วโลกสูงขึ้นถึง 4.5% และส่งผลให้เหตุอุทกภัยเกิดถี่ขึ้น
สำหรับมาตรการป้องกันที่ต้องเร่งลงมือทำคือจำกัดอุณหภูมิโลก ลดการปล่อยมลพิษที่ต้องดำเนินการในทุกระดับ ไม่ได้จำกัดว่าภาครัฐต้องเป็นคนจัดการเท่านั้น
รายงานฉบับนี้จัดทำขึ้นก่อนการประชุมสภาพอากาศ COP27 ที่จะจัดขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เพื่อเป็นข้อเรียกร้องให้ทุกประเทศร่วมแก้ไขปัญหาดังกล่าว







