
บีพี-โตโยต้าติดโผ ธุรกิจมะกันร้องยี้
นับเป็นการจัดอันดับที่หลายบริษัทคงไม่กล้าแม้แต่จะส่งตัวแทนไปรับรางวัลอย่างแน่นอน เมื่อเว็บไซต์ในอเมริกาเผยผลสำรวจ 15 ธุรกิจที่คนอเมริกันตั้งข้อรังเกียจที่สุดในปี 2553 ที่ผ่านมา
ผลสำรวจดังกล่าวจัดทำโดยเว็บไซต์ 24/7 WallSt โดยบริษัทผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของโลกอย่างโตโยต้า ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นผู้นำตลาดรถยนต์ในด้านนวัตกรรมและความปลอดภัย ต้องกลายมาเป็นบริษัทที่คนอเมริกันร้องยี้ เหตุจากการเรียกคืนรถยนต์กว่า 10 ล้านคัน เพราะความผิดพลาดในระบบความปลอดภัย
ขณะที่ บีพี ผู้ร่วมชะตากรรมก็ติดโผจากเหตุโด่งดังของน้ำมันรั่วมหาศาลนอกชายฝั่ง และบริษัทต้องใช้เวลาหลายวันกว่าจะจัดการการรั่วไหลได้
นอกจากนี้ รายงานที่ตีพิมพ์ออกมาระบุว่า บริษัทที่คนอเมริกันเหม็นขี้หน้าส่วนใหญ่เป็นบริษัทด้านเทคโนโลยีทั้งหลายอย่าง เอทีแอนด์ที ที่เข้าวินมาในอันดับต้น ในฐานะที่ให้บริการด้านโทรคมนาคมได้กระท่อนกระแท่นเหลือเกิน ตามมาด้วยบริษัท เดลล์ซึ่งคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กที่ออกมานั้นเปราะบางเกินเหตุ พ่วงด้วย ดิช เน็ตเวิร์ก โทษฐานที่ให้บริการดาวเทียมยอดแย่แห่งปี
ด้านโนเกีย บริษัทผู้ผลิตมือถือชั้นนำของโลก ได้รับเสียงโหวตให้เป็นดาวร่วงแห่งปี เนื่องจากเสียงพร่ำบ่นของลูกค้ามากมายในเรื่องโทรศัพท์มือถือที่นับวันยิ่งไร้รสนิยมและล้าสมัย
เดวิด แวนแอมเบิร์ก ตัวแทนจากดัชนีความพึงพอใจของลูกค้าอเมริกันได้ออกมาปลอบใจบริษัทเหล่านี้ โดยย้ำว่าตัวเลขดังกล่าวนับเป็นเรื่องดี เพราะทำให้บริษัททั้งหลายรู้ตัวสักทีว่าเหล่าผู้บริโภคคาดหวังไว้สูงมากแค่ไหน และเป็นหน้าที่ของธุรกิจที่จะตอบสนองต่อความคาดหวังนั้น
ทั้งนี้ บริษัทอื่นๆ ที่ติดอันดับเป็นไปตามความคาดหมาย ไม่ว่าจะเป็นแมคโดนัลด์ แฟรนไชส์อาหารฟาสต์ฟู้ดรายใหญ่ของโลก ในฐานะร้านอาหารขยะสำหรับเด็ก ซิตี้กรุ๊ป และแบงก์ ออฟ อเมริกา ที่บังอาจเรียกร้องเงินภาษีจากรัฐเพื่อช่วยพยุงกิจการ หลังจากที่เป็นตัวการทำให้เศรษฐกิจของประเทศต้องถดถอย อเมริกันแอร์ไลน์ส ที่ยังคงมาตรฐานการให้บริการที่อืดอาด เลวร้ายได้สม่ำเสมอไม่ว่าอากาศจะดีหรือร้าย พอๆ กับคู่แข่งอย่างยูไนเต็ด แอร์ไลน์ส ตามมาปิดท้ายด้วยคะแนน 2.1 จาก 5 คะแนน ในเรื่องการให้บริการ







