
ข่าวดี-ข่าวด่วน เรื่องบาท-จ๊าดจากเมียนมา
คอลัมน์เปิดประตูค้าชายแดน
เมื่อวันที่ 3 มีนาคมที่ผ่านมา ตอนบ่ายๆ ผมได้รับไลน์จากเพื่อนๆหลายๆท่าน ที่มีทั้งเพื่อนคนเมียนมาและเพื่อนคนไทย ได้ส่งข่าวดีมาให้ ต้องขอกราบขอบพระคุณทุกๆท่านเป็นอย่างสูง ที่กรุณาส่งข่าวมา เนื่องจากมีหลายท่านมาก คงขออนุญาตไม่เอ่ยนามถึงนะครับ
ข่าวนั้นก็คือ ทางธนาคารกลางประเทศเมียนมา หรือ CBM ได้ออกประกาศฉบับที่ 5/2022 เมื่อวันที่ 3 มีนาคม ให้ดำเนินการใช้บาท/จ๊าดในการค้าชายแดนไทย-เมียนมาได้ ข่าวนี้เรารอคอยมานานหลายปี ตั้งแต่ยุคของรัฐบาลก่อนๆแล้วครับ
ในช่วงแรกที่มีการดำเนินการยื่นขอให้ทางการเมียนมาอนุญาตให้ใช้บาท/จ๊าดนั้น เป็นการร้องขอจากทางฝั่งไทย เพราะเหตุผลเรื่องของการหมุนเวียนทางการค้าของทั้งสองประเทศ จะได้ไม่ต้องมีการชำระเงินผ่านเงินตราสกุลอื่นๆ ที่จะทำให้ต้นทุนทางการค้าเพิ่มสูงขึ้น อันเนื่องจากเพิ่มส่วนต่างของอัตราแลกเปลี่ยนเข้าไปอีก
ดังนั้นทุกฝ่ายในประเทศไทยต่างอยากให้ทางการทั้งสองประเทศ อนุญาตให้ใช้บาท/จ๊าดได้ ทางธนาคารแห่งประเทศไทยเราเอง ก็เห็นด้วยกับนโยบายดังกล่าวนี้ และได้พยายามเริ่มเข้าไปเซ็นต์ MOU กันตั้งแต่รัฐบาลยุคก่อนๆนั้นแล้ว
จากนั้นก็มีการนัดประชุมเพื่อตกลงร่วมกันต่อมาอีกหลายครั้ง แต่ทุกครั้งก็ไม่สามารถประสบผลสำเร็จได้ เนื่องจากเหตุผลต่างๆนาๆ ที่ทำให้ไม่สามารถบรรลุข้อตกลงดำเนินการได้ เรื่องนี้พวกเราพ่อค้าชายแดนต่างทราบกันดี
ทางธนาคารแห่งประเทศไทยก็ไม่ละความพยายามผลักดัน แต่ก็มาเจอกับสภาวะโรคระบาด COVID-19 และตามด้วยการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ที่ทำให้ทุกอย่างหยุดชะงักลงไปอย่างสิ้นเชิง ทางสภาธุรกิจไทย-เมียนมา ก็มีความกังวลใจเป็นอย่างยิ่ง อีกทั้งได้ติอตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดตลอดมาครับ
จนกระทั่งเมื่อต้นเดือนธันวาคม 2022 ที่ผ่านมา ท่านนายพลอาวุโส เมียน อ่อง หล่าย ได้มีดำริว่าต้องให้มีการเปิดอนุญาตใช้ หยวน/จ๊าด บาท/จ๊าด และรูปี(อินเดีย)/จ๊าด เพื่อเป็นการกระตุ้นการค้าระหว่างประเทศของเมียนมา ต่อมาไม่เกินสองอาทิตย์ ก็ได้มีการประกาศอนุญาตให้ใช้ หยวน/จ๊าด ทันที เพื่อเป็นการกระตุ้นการค้าระหว่างประเทศของเมียนมา-จีน
ทางเราเองก็เฝ้ารอคอยว่าเมื่อไหร่จะถึงเวลาบาท/จ๊าดเสียที จนกระทั้งมีการประชุมสภาคณะปฏิรูปประเทศเมียนมา ครั้งที่ 2/2022 ในวันที่ 31 ธันวาคมที่ผ่านมา ท่านพลเอกอาวุโส เมียน อ่อง หล่าย ก็ได้กล่าวในที่ประชุมอีกว่า ต้องดำเนินการอนุญาตเปิดให้ใช้บาท/จ๊าดและรูปี/จ๊าด เพื่อเป็นการกระตุ้นการค้าระหว่างประเทศให้สำเร็จ
ทางเราเองก็ออกมาตีปีกดีใจกันยกใหญ่ครับ เพราะผมเองเชื่อว่าคงจะรอไม่นาน เพราะครั้งที่ผ่านมาคือหยวน/จ๊าด หลังจากที่ท่านออกมาพูดได้ไม่เกินสองอาทิตย์ ธนาคารกลางเมียนมาก็ออกมารับลูกออกประกาศใช้ได้ทันที ครั้งนี้ก็ไม่น่าจะนาน แต่จนแล้วจนรอด เรารอมาสองเดือนจึงได้มีการประกาศอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 3 มีนาคมนี่เองครับ มาช้าดีกว่าไม่มานะครับ
หลังจากนี้ไปอะไรจะเกิดขึ้น ผมอยากจะบอกว่าเราคงต้องรอการสร้างกระแสเงินบาทให้เกิดขึ้นในประเทศเมียนมาต่อไปครับ คงไม่ใช่ประกาศปุ๊บสามารถมีเงินบาทปั๊บเลยนะครับ เพราะเรื่องของเงินมันเป็นเรื่องที่ต้องมีการไหลเวียนที่เกิดขึ้นจริง จึงจะสามารถทำให้การไหลเวียนนั้นเป็นประโยชน์ได้
เพื่อนๆนักธุรกิจตามชายแดนก็คงต้องติดตามกันต่อไป เพราะนี่คือจุดเริ่มต้นเท่านั้น คงต้องขอบพระคุณรัฐบาลไทย รัฐบาลเมียนมา ธนาคารแห่งประเทศไทย ธนาคารกลางแห่งประเทศเมียนมา ที่ได้ช่วยเหลือผลักดันจนเกิดขึ้นได้ครับ
เงินบาท/จ๊าดที่ต้องอธิบายต่อ คือทุกวันนี้ ทางไทยเราได้ดุลการค้าต่อประเทศเมียนมาค่อนข้างจะเยอะมาก กล่าวคือไทยเราขายสินค้าให้แก่ประเทศเมียนมา มากกว่าการซื้อสินค้าจากเขา และส่วนใหญ่ที่ขาย คือขายผ่านชายแดนที่เป็นการค้าที่ค่อนข้างจะจำนวนไม่มากแต่ถี่
ในขณะที่เขาส่งสินค้าการเกษตรเข้ามาไทยเราผ่านทางชายแดน ก็เป็นจำนวนเงินที่น้อยกว่าเรามาก ในขณะเดียวกันเราซื้อสินค้าของเขา ในส่วนที่มีเม็ดเงินจำนวนใหญ่ๆที่ซื้อจากเขานั้น จะเป็นการค้าที่เป็นของบริษัทใหญ่ๆทั้งนั้น
เช่นการซื้อก๊าซธรรมชาติ การซื้อแร่ธาตุธรรมชาติต่างๆเป็นต้น คงต้องรอให้มีการสร้าง Supply ของเงินบาทให้มีมากพอที่จะให้บริษัทในประเทศเมียนมา มีเงินบาทที่สามารถไปชำระให้แก่ธนาคารในประเทศเมียนมาได้เพียงพอต่อความต้องการหรือ (Demand) ได้นั่นเองครับ ซึ่งผมเองเชื่อว่าต้องอดทนรอกันต่อไปอีกสักนิดนะครับ
ท่านบริษัทเจ้าของสินค้าที่ต้องการชำระเงินค่าสินค้าเป็นเงินบาท ก็อย่าเพิ่งไปบีบคู่ค้าของท่านให้ชำระเงินบาทในทันทีทันใดละ ประเดี๋ยวคู่ค้าก็หน้าเขียวหน้าแดงไปตามๆกันแหละครับ
อย่างไรก็ตาม ผมเชื่อว่าในอนาคตอันใกล้นี้ เราคงได้เห็นบทบาทของเงินบาท ในเวทีการค้าระหว่างไทย-เมียนมามากขึ้น ซึ่งจะทำให้เป็นการกระตุ้นการค้าระหว่างประเทศของไทย-เมียนมาเพิ่มขึ้นอีกอย่างมีนัยแน่นอนครับ







