
ข่าวดีรับปีใหม่
สวัสดีปีใหม่ท่านผู้อ่านโพสต์ทูเดย์ทุกท่านครับ ปีใหม่นี้ขอให้ทุกคนมีความสุขในทุกๆ ด้านของชีวิต คิดดีทำดี สร้างสังคมที่เปี่ยมสุขสำหรับคนไทยทุกคนครับ
สวัสดีปีใหม่ท่านผู้อ่านโพสต์ทูเดย์ทุกท่านครับ ปีใหม่นี้ขอให้ทุกคนมีความสุขในทุกๆ ด้านของชีวิต คิดดีทำดี สร้างสังคมที่เปี่ยมสุขสำหรับคนไทยทุกคนครับ
เริ่มต้นปีใหม่ มีการคาดการณ์อะไรใหม่ๆ เข้ามาให้ได้ยินครับ แน่นอนความเคลื่อนไหวจากสหรัฐ ซึ่งเป็นเขตเศรษฐกิจอันดับ 1 ของโลก ที่ต้องติดตามกัน สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานผลการสำรวจนักเศรษฐศาสตร์ชื่อดัง 61 คน เชื่อว่า สถานการณ์การว่างงานในสหรัฐอาจจะผ่อนคลายมากขึ้นในปีเถาะนี้ คือ ภาคธุรกิจสหรัฐหลังจากที่เก้ๆ กังๆ ไม่กล้าลงทุนใหม่กัน อาจจะเริ่มกลับมาขยายกิจการกันบ้าง ก็ต้องคอยลุ้นครับ เพราะหากเศรษฐกิจสหรัฐดีขึ้น ก็จะทำให้สภาพแวดล้อมของเศรษฐกิจโลกเปลี่ยนไปอย่างแน่นอน
ข่าวดังกล่าวสอดคล้องกับการคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์หลายสำนักในสหรัฐ ที่ว่าในปีนี้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ น่าจะมีทิศทางที่สดใสมากขึ้น ซึ่งถ้าจะให้อธิบายกันง่ายๆ ก็บอกว่าเป็นผลกระทบย้อนกลับเสียมากกว่าจากเมื่อปีที่แล้ว ดอลลาร์สหรัฐอ่อนมาทั้งปี ทำให้สกุลเงินอื่นๆ แข็งค่าตามกันไป พอมาปีนี้เศรษฐกิจของประเทศที่ได้รับผลกระทบจากค่าเงินแข็งก็จะเริ่มอ่อนแอลง และค่าเงินจะอ่อนตัวลงบ้าง
ที่ชัดเจนก็คือ ค่าเงินยูโรและค่าเงินเยนของญี่ปุ่น ที่ในปีนี้มีแนวโน้มอ่อนตัว เพราะอะไร
ในยุโรป ถือว่าเป็นปัญหาสะสมมาตั้งแต่ปีที่แล้ว กับปัญหาวิกฤตหนี้ ซึ่งบรรดากูรูทางเศรษฐกิจมองว่า ปัญหานี้ไม่จบง่ายๆ และเป็นปัญหาที่ขาดความเชื่อมั่น ซึ่งต่างจากในสหรัฐ คือในสหรัฐ แม้ว่ารัฐบาลเองก็จะขาดดุลงบประมาณอยู่ถึงเกือบ 10% และยังมีปัญหารุมเร้าอีกมาก แต่คนเริ่มมีความมั่นใจมากขึ้นบ้างแล้ว
แต่สำหรับยุโรป ปัญหาเหมือนกันแค่เดินมาถึงกลางทาง ปีที่แล้ว กรีซและไอร์แลนด์ คือปัญหาใหญ่ แต่ปัญหายังไม่จบ เพราะคาดว่าจะมีอีกหลายชาติต้องขอความช่วยเหลือจากสหภาพยุโรป และไอเอ็มเอฟอีก นั่นคือ โปรตุเกสและสเปน สรุปแล้ว ยุโรปยังมีพื้นที่อีกเยอะที่จะเป็นข่าวใหญ่ในหน้าเศรษฐกิจของปีนี้ครับ แน่นอนค่าเงินยูโรนั้นอนาคตไม่มั่นคง
อีกชาติที่ต้องจับตา คือค่าเงินเยนของญี่ปุ่น ปีที่ผ่านมา ญี่ปุ่นบักโกรกอย่างหนักกับค่าเงินที่แข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่องเมื่อนักลงทุนหนีเงินดอลลาร์และยูโร มาซบเงินเยนถ้วนหน้า ทำให้เยนแข็งค่าขึ้นทุกวี่วัน กระทบต่อภาคการส่งออกซึ่งเป็นภาคเศรษฐกิจหลักของญี่ปุ่น
ปีนี้ญี่ปุ่นจะเจอกับผลกระทบดังกล่าว ซึ่งจะนำมาซึ่งความสั่นคลอนทางเศรษฐกิจ อีกทั้งรัฐบาลญี่ปุ่นยังขาดดุลงบประมาณมากที่สุดในโลก ปัญหานี้จะบั่นทอนความเชื่อมั่นในค่าเงินเยน อย่างยิ่งครับ
ส่วนจีนเอง คาดว่าในปีนี้ จีนจะต้องวุ่นกับการคุมเงินเฟ้อในประเทศ กับการขึ้นดอกเบี้ยอีกหลายระลอกและอาจจะทำให้ค่าเงินหยวนขยับแข็งค่าขึ้นบ้าง
ปีเถาะ สถานการณ์อาจจะกลับตาลปัตรจากปีเสือดุ เราอาจจะได้หายใจหายคอกันบ้างกับเงินดอลลาร์ที่น่าจะยวบลงบ้างครับ







