posttoday
ปรากฏการณ์รถตู้

ปรากฏการณ์รถตู้

30 ธันวาคม 2553

ช่วงนี้กระแสข่าวจากเมืองนอกเงียบไปตามเวลาช่วงปลายปีที่ฝั่งเขาหยุดยาวกันตั้งแต่คริสต์มาสครับ

ช่วงนี้กระแสข่าวจากเมืองนอกเงียบไปตามเวลาช่วงปลายปีที่ฝั่งเขาหยุดยาวกันตั้งแต่คริสต์มาสครับ

แต่เมืองไทย ยิ่งใกล้ปลายปี ยิ่งมีข่าวร้อนแรงแบบต้องจับตาไม่กะพริบกัน

ยอมรับล่ะครับว่าอดไม่ได้จริงๆ ที่จะเขียนถึงกรณีอุบัติเหตุรถตู้และรถเก๋งซีวิค บนทางด่วนโทลล์เวย์เมื่อ 3 วันก่อน ต้องขอแสดงความเสียใจกับญาติๆ ผู้เสียชีวิตทั้งหมด

ข่าวนี้กลายเป็นกระแสสังคมที่ร้อนแรงที่สุดในช่วงปลายปีนี้ โลกสมัยนี้ติดตามข่าวสารได้เร็วจี๋ด่วนจ๋า สื่อกระแสหลักไม่รายงาน ก็มีสื่อกระแสรองที่ในอนาคตอาจจะขึ้นมาเป็นสื่อกระแสหลักแทนอย่างเครือข่ายสังคมออนไลน์ที่ตามติดความคืบหน้าของอุบัติเหตุครั้งนี้กันแบบนาทีต่อนาที

ยอมรับครับว่า การรอมชอม การประนีประนอมกันเมื่อเกิดอุบัติเหตุระหว่างผู้เสียหาย และผู้ก่อเหตุให้เกิดความเสียหายนั้นเป็นวัฒนธรรมของไทยที่ปฏิบัติกันมายาวนาน

และยิ่งผู้ก่อความเสียหายเป็นคนใหญ่คนโต เป็นคนนามสกุลดัง การรอมชอมอะไรก็ดูง่ายไปเสียหมด

แต่ผมอยากจะเรียนว่า วัฒนธรรมเช่นนั้นกำลังเผชิญหน้ากับการปะทะครั้งใหญ่กับกระแสสังคมแบบใหม่ที่เน้น “ความยุติธรรม” และ “ความถูกต้อง” มากขึ้นเรื่อยๆ

อันเป็นผลมาจากที่สังคมไทยได้เปิดกว้างมากขึ้น รับรู้ความเคลื่อนไหวจากต่างประเทศมากขึ้น ซึ่งในเมืองนอกต่อให้คนผิดจะใหญ่โตคับฟ้าขนาดไหนก็ต้องรับโทษเหมือนกับคนเดินข้างถนน

ถ้าหากทำผิดกระทงเดียวกัน ฝรั่งไม่มียกเว้น

นี่แหละครับ รัฐจึงต้องเข้ามาดูแลคดีรถตู้ในครั้งนี้ และต้องดำเนินการอย่างโปร่งใส และถูกต้องทั้งทางกฎหมายและจริยธรรมตามกฎสากลโลก

แต่หากยังดื้อรั้นใช้วัฒนธรรมแบบเดิมๆ จัดการคดีนี้ก็จะยิ่งถูกต่อต้านจากคนในสังคมมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อคดีนี้มีปัญหาของความแตกต่างทางชนชั้นและสถานะของ “คนนามสกุลดัง” และ “ประชาชนคนเดินดินทั่วๆ ไป” เข้ามาเกี่ยวข้องและเป็นกรณีเปรียบเทียบ

ตลอดปีที่ผ่านมา ประเทศไทยอบอวลไปด้วยคำว่าสองมาตรฐาน ความไม่เท่าเทียมกันในสังคม จนระเบิดกลายเป็นสงครามกลางเมือง ที่ผมเห็นว่าแม้จะยังไม่ถึงระเบิดเป็นสงครามชนชั้น แต่ก็ถือว่าใกล้เคียง

หากเจ้าหน้าที่รัฐยังปล่อยให้คดีนี้ดำเนินไปตามแบบที่เคยเป็นๆ มา ที่ “ผู้มีเงิน” หรืออภิสิทธิ์ชน ไม่ได้รับโทษแบบคนทั่วไป ก็เกรงว่าจะยิ่งทำให้บรรยากาศแห่งความแตกต่างและความไม่เท่าเทียมระหว่างชนชั้นของคนในสังคมนั้นยิ่งเพิ่มดีกรีความร้อนแรงขึ้นไปทุกที

และด้วยพลังแห่งโลกออนไลน์ที่ทำให้ข่าวสารกระจายไปได้รวดเร็วมากกว่าสมัยก่อนนับพันๆ เท่า ปัญหานี้จะกัดกร่อน เสถียรภาพ และสถานะของเหล่าผู้ปกครองของรัฐไทยเอง และจะเห็นผลได้อย่างรวดเร็วครับ

 

ข่าวล่าสุด

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา