posttoday
ช็อปออนไลน์

ช็อปออนไลน์

21 ธันวาคม 2553

ท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการจับจ่ายใช้สอยเสียเท่าไหร่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสหรัฐที่การจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภคนั้นยังไม่ถึงเป้าที่รัฐบาลสหรัฐจะพอใจ แต่ก็ปรากฏว่าการสั่งซื้อสินค้าผ่านระบบอินเทอร์เน็ตนั้นกลับเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว

ท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการจับจ่ายใช้สอยเสียเท่าไหร่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสหรัฐที่การจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภคนั้นยังไม่ถึงเป้าที่รัฐบาลสหรัฐจะพอใจ แต่ก็ปรากฏว่าการสั่งซื้อสินค้าผ่านระบบอินเทอร์เน็ตนั้นกลับเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว

โดย...ธนพล ไชยภาษี

ท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการจับจ่ายใช้สอยเสียเท่าไหร่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสหรัฐที่การจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภคนั้นยังไม่ถึงเป้าที่รัฐบาลสหรัฐจะพอใจ แต่ก็ปรากฏว่าการสั่งซื้อสินค้าผ่านระบบอินเทอร์เน็ตนั้นกลับเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว

ผมมีตัวเลขการช็อปปิ้งออนไลน์ในสหรัฐมารับใช้ท่านผู้อ่าน คนอเมริกาช็อปออนไลน์ในเดือน ธ.ค. ณ วันที่ 17 ที่ผ่านมานั้น เพิ่มขึ้นถึง 61% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้วครับ โดยมีมูลค่าอยู่ที่ราว 942 ล้านเหรียญสหรัฐ

สินค้าที่ซื้อกันนั้นไม่ใช่แค่เครื่องแต่งตัว สินค้าจิปาถะเล็กๆ น้อยๆ แต่รวมไปถึงอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ คอมพิวเตอร์กันเลยทีเดียว โดยยอดการซื้อสินค้าประเภทนี้เพิ่มขึ้นที่ 25% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว

เพราะอะไรธุรกิจออนไลน์ในสหรัฐถึงเติบโตสวนทางสภาพเศรษฐกิจเช่นนี้ ประการสำคัญก็คือ ชาวอเมริกันสามารถลดค่าใช้จ่ายจากการเดินทางไปซื้อสินค้าได้ ซึ่งค่าใช้จ่ายการเดินทางไม่ว่าจะเป็นค่ารถไฟใต้ดิน รถเมล์ หรือค่าน้ำมันนั้น ถือเป็นค่าใช้จ่ายที่สิ้นเปลือง อีกทั้งจากสภาพเศรษฐกิจที่ไม่ค่อยจะดีนัก บรรดาร้านค้าต่างๆ ก็ไม่คิดบริการค่าส่งสินค้ากันเป็นจำนวนมากด้วย

แนวโน้มการเติบโตของธุรกิจออนไลน์ในสหรัฐมีทิศทางบวกมาตั้งแต่เมื่อปีที่แล้วครับ ที่ชาวอเมริกันเริ่มเล็งเห็นความสำคัญของการเลือกซื้อสินค้าออนไลน์ เพราะไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ตัดลดความสิ้นเปลืองไปได้อีกกระเปาะหนึ่ง

อีกทั้งในช่วงปลายปีนี้สหรัฐเจอกับพายุหิมะอย่างหนัก การเดินทางไปไหนมาไหนไม่สะดวกครับ คนส่วนใหญ่เลยเลือกที่จะซื้อสินค้าอยู่กับบ้านแทน

ยิ่งในปีที่ผ่านมานั้นการขยายตัวของสินค้าอิเล็กทรอนิกส์บางประเภทที่ได้รับความนิยมอย่างสูง เช่น ไอแพด จากค่ายแอปเปิลนั้น ยิ่งส่งเสริมให้การเลือกซื้อสินค้าออนไลน์เติบโตยิ่งขึ้นไปด้วยเช่นกัน

ที่นำมาบอกกล่าวกัน เพราะเห็นว่าการซื้อขายออนไลน์ในเมืองไทยเริ่มเติบโตขึ้นมาเช่นกัน แต่ทว่ายังเป็นการซื้อขายที่ไม่เป็นระบบ ยังเป็นการติดต่อซื้อขายแบบต้องโทรศัพท์ยืนยันการสั่งซื้อและโอนเงิน แต่กระนั้นแนวโน้มในเมืองไทยก็ดูสดใสครับ

ในสหรัฐการจ่ายเงินออนไลน์นั้นส่วนใหญ่จะกระทำผ่านบัตรเครดิต ที่สั่งจ่ายผ่านเว็บไซต์ Paypal ที่มีความปลอดภัยในการทำธุรกรรมสูงมาก สามารถสั่งระงับการจ่ายได้ทันทีหากสินค้าที่ส่งมานั้นไม่ตรงสเปกที่วางขายไว้ คือพูดง่ายๆ ถ้าแม่ค้าโกหก ก็ไม่ได้รับเงินครับ

เชื่อว่าถ้าระบบการจ่ายเงินในเมืองไทยสะดวกมากขึ้นเหมือนในสหรัฐ การช็อปปิ้งออนไลน์ในบ้านเราก็น่าจะเติบโตมากขึ้นกว่านี้ ซึ่งถือว่าเป็นผลดีต่อผู้บริโภคครับ

เพราะทุกวันนี้ค่าน้ำมัน ค่าโดยสารการเดินทางในบ้านเรา หากเทียบกับค่าครองชีพในบ้านเรานั้น ต้องบอกว่าแพงหูฉี่กว่าที่คนอเมริกันจ่ายอีกครับ

 

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI