posttoday
คาบสมุทรเกาหลีเดือด โสมขาวซ้อมรบยิงจริง ตลาดหุ้นเอเซียพาเหรดดิ่งเหว

คาบสมุทรเกาหลีเดือด โสมขาวซ้อมรบยิงจริง ตลาดหุ้นเอเซียพาเหรดดิ่งเหว

21 ธันวาคม 2553

ตลาดหุ้นเอเชียร่วงระนาว หลังสถานการณ์บนคาบสมุทรเกาหลีทวีความตึงเครียด โสมขาวกร้าว เดินหน้าซ้อมรบกระสุนจริง เมินคำขู่โสมแดง

ตลาดหุ้นเอเชียร่วงระนาว หลังสถานการณ์บนคาบสมุทรเกาหลีทวีความตึงเครียด โสมขาวกร้าว เดินหน้าซ้อมรบกระสุนจริง เมินคำขู่โสมแดง

 

คาบสมุทรเกาหลีเดือด โสมขาวซ้อมรบยิงจริง ตลาดหุ้นเอเซียพาเหรดดิ่งเหว

เอเอฟพี รายงานว่า เมื่อวันที่ 20 ธ.ค.ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นในเอเชียพากันดิ่งเหว โดยเฉพาะตลาดหุ้นเกาหลีใต้ และญี่ปุ่น เนื่องจากสถานการณ์ความตึงเครียดบนคาบสมุทรเกาหลีทวีความรุนแรงขึ้น ภายหลังเกาหลีใต้ตัดสินใจรุกคืบกดดันเกาหลีเหนือด้วยการเดินหน้าปฏิบัติการซ้อมรบด้วยอาวุธจริงในพื้นที่พิพาทระหว่างสองประเทศ

รายงานระบุว่า นักลงทุนต่างหวาดวิตกต่อปฏิบัติการซ้อมรบดังกล่าว โดยเกรงว่าจะเป็นการยั่วยุให้เกาหลีเหนือตอบโต้อย่างรุนแรง โดยดัชนีคอสปิ ของเกาหลีใต้ ปิดลบ 0.30% หรือ 6.02 จุด ไปอยู่ที่ 2,020.28 จุด ส่วนดัชนีนิกเกอิ ของญี่ปุ่น ปิดลบ 0.85% หรือ 87.42 จุด ไปอยู่ที่ 10,261.42 จุด

ขณะที่ตลาดหุ้นฮ่องกง ปิดลบ 0.33% ลดลง 75.77 จุด ลงมาอยู่ที่ 22,639.08 ดัชนีเซี่ยงไฮ้ คอมโพสิตของจีน ก็ปิดลบ 14.4% ลดลง 49.18 จุด ลงมาอยู่ที่ 2,852.92 จุด เนื่องจากนักลงทุนต่างกังวลต่อปัญหาวิกฤตหนี้ในยุโรป และการประกาศขึ้นดอกเบี้ยของจีน

ทั้งนี้ ความตึงเครียดบริเวณคาบสมุทรเกาหลีปะทุขึ้นอีกครั้ง ภายหลังเกาหลีใต้ประกาศเดินหน้าปฏิบัติการซ้อมรบ โดยใช้อาวุธจริงบริเวณเกาะยองเปียง ซึ่งกลายเป็นพื้นที่พิพาทภายหลังเมื่อเดือนที่แล้ว เกาหลีเหนือยิงปืนใหญ่ถล่ม เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 4 คน ในจำนวนนี้เป็นพลเรือน 2 คน ระหว่างสองเกาหลี

การซ้อมรบครั้งนี้มีขึ้นภายหลังการประชุมฉุกเฉินของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ซึ่งประกอบด้วย เกาหลีใต้ จีน ญี่ปุ่น รัสเซีย สหรัฐ เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งกินเวลายาวนานถึง 8 ชั่วโมง ประสบความล้มเหลวในการบรรลุข้อตกลงการจัดการข้อพิพาทของสองเกาหลี นอกจากนี้ยังเป็นการท้าทายคำขู่ของเกาหลีเหนือก่อนหน้านี้ว่าจะทำการตอบโต้อย่างรุนแรง หากเกาหลีใต้ทำการซ้อมรบในสัปดาห์นี้

เอเอฟพี รายงานว่า ปฏิบัติการซ้อมรบดังกล่าวเปิดฉากขึ้นเมื่อเวลา 14.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น (ราว 12.30 น.ตามเวลาประเทศไทย) หลังต้องมีการเลื่อนการซ้อมรบ เนื่องจากสภาพอากาศที่เลวร้าย โดยการซ้อมรบดังกล่าวกินเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 34 นาที

ทางการเกาหลีใต้ยืนยันว่าปฏิบัติการซ้อมรบโดยใช้อาวุธจริงครั้งนี้ เกาหลีใต้จะหันปลายกระบอกปืนไปทางตะวันตกเฉียงใต้ เพื่อให้พ้นจากเกาหลีเหนือ แต่ทว่าทางการเกาหลีเหนือกลับแย้งว่า ปลอกกระสุนก็อาจพลาดมาตกที่บริเวณน่านน้ำของเกาหลีเหนือได้อยู่ดี

ด้านสำนักข่าวยอนฮับของเกาหลีใต้ รายงานอ้างโฆษกรัฐมนตรีกลาโหม เปิดเผยว่า ขณะนี้กองกำลังติดอาวุธพร้อมประจำการ เช่นเดียวกับเครื่องบินจู่โจมก็บินลาดตระเวนอยู่เหนือน่านฟ้า ขณะที่เรือพิฆาต 2 ลำก็ลอยลำอยู่เหนือน่านน้ำทะเลเหลือง ทางใต้ของเกาะที่มีกรณีพิพาท

นอกจากนี้ รายงานยังระบุด้วยว่า เกาหลีใต้มีการซ้อมยิงกระสุนราว 1,500 นัด จากอาวุธปืนชนิดต่างๆ รวมทั้งปืนครก K9 แบบขับเคลื่อนเอง ปืนครก 105 มม. และ 81 มม. อย่างไรก็ตาม ทางการเกาหลีใต้ปฏิเสธที่จะให้ความเห็นในกรณีดังกล่าว

ด้านเกาหลีเหนือที่ก่อนหน้านี้ขู่ว่าจะตอบโต้เกาหลีใต้อย่างแข็งกร้าวหากเกาหลีใต้ปฏิบัติการซ้อมรบ แต่ทว่าภายหลังเกาหลีใต้ปิดฉากซ้อมรบเพียงไม่กี่ชั่วโมง กองทัพเกาหลีเหนือกลับออกแถลงการณ์ระบุว่าจะไม่ตอบโต้ใดๆ ทั้งสิ้น

สำนักข่าวกลางเกาหลีเหนือ (เคซีเอ็นเอ) รายงานอ้างแถลงการณ์ของกองบัญชาการทหารสูงสุดของเกาหลีเหนือ ที่ระบุว่าเกาหลีเหนือจะไม่ตอบโต้ใดๆ ต่อการเดินหน้าซ้อมรบของเกาหลีใต้ พร้อมตำหนิว่ารัฐบาลโซล และสหรัฐเป็นพวก “กระหายสงคราม”

“ประชาคมโลกควรรู้ดีว่าใครคือนักต่อสู้เพื่อสันติภาพที่แท้จริง และใครคือ “ผู้ยุยง” ให้เกิดสงครามที่แท้จริง” แถลงการณ์ระบุ

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางสถานการณ์ที่ทวีความรุนแรงขึ้น ในวันเดียวกันกลับมีสัญญาณที่ดีจากเกาหลีเหนือ ที่อาจนำไปสู่การประนีประนอมความขัดแย้งบนคาบสมุทรเกาหลี ภายหลังเกาหลีเหนือตกลงอนุญาตให้ผู้ตรวจสอบจากยูเอ็นเดินทางเข้ามาตรวจสอบนิวเคลียร์ในเกาหลีเหนือ

ด้านผู้สื่อข่าวซีเอ็นเอ็น ซึ่งเดินทางไปเยือนกรุงเปียงยางของเกาหลีเหนือ พร้อมกับ บิล ริชาร์ดสัน ผู้เชี่ยวชาญของสหรัฐในการแก้ไขปัญหาเกาหลีเหนือ กล่าวว่า เกาหลีเหนือตกลงที่จะให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบจากทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (ไอเออีเอ) กลับไปตรวจโรงงานนิวเคลียร์ที่เมืองยองเบียน

นอกจากนี้ ยังอนุญาตให้นำแท่งเชื้อเพลิงที่ใช้ในกระบวนการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมไปตรวจสอบในต่างประเทศ อีกทั้งจะตั้งคณะกรรมาธิการทางทหารและเปิดโทรศัพท์สายด่วนระหว่างสองเกาหลี และสหรัฐอีกด้วย นับเป็นการส่งสัญญาณประนีประนอมออกมาในช่วงที่สถานการณ์บนคาบสมุทรเกาหลีกำลังรุนแรง

ส่วนปฏิกิริยาของประชาคมโลกนั้น หลายประเทศต่างแสดงความกังวลต่อสถานการณ์ที่ทวีความตึงเครียดขึ้น โดยรัฐบาลปักกิ่ง ซึ่งเป็นพันธมิตรใกล้ชิดของเกาหลีเหนือเตือนว่า เหตุนองเลือดบนคาบสมุทรเกาหลีจะเป็น “โศกนาฏกรรมของชาติ” ขณะที่ กุ้ยเทียนไค รัฐมนตรีช่วยต่างประเทศจีน กล่าวว่า ไม่มีผู้ใดที่จะมีสิทธิไปยุยงหรือยั่วยุให้เกิดความขัดแย้ง รวมทั้งการสูญเสียเลือดเนื้อบนคาบสมุทรเกาหลี

ด้าน เซอร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย กล่าวว่า รัสเซียมีความกังวลอย่างมากต่อสถานการณ์ดังกล่าว นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องอดทนอดกลั้นให้ถึงที่สุด พร้อมระบุว่า รัสเซียพร้อมทำงานร่วมกับจีนเพื่อลดความตึงเครียดบนคาบสมุทรเกาหลี

 

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI