
รถทัวร์ไทยพลิกคว่ำในมาเลย์
เส้นทางคดเคี้ยวคนขับบังคับไม่อยู่ ชนเกาะกลางถนนก่อนเสียหายยับ
โพสต์ทูเดย์
— สุดสลด รถบัสนักท่องเที่ยวไทยพลิกคว่ำใกล้คาเมรอน ไฮแลนด์ คนไทยเสียชีวิต 23 คนเกิดอุบัติเหตุรถนักท่องเที่ยว 2 ชั้นฅพลิกคว่ำในมาเลเซียเมื่อวันที่ 20 ธ.ค. มีผู้เสียชีวิตแล้ว 28 คน ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวไทย เหตุเกิดขณะกำลังเดินทางกลับจากคาเมรอน ไฮแลนด์ แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของมาเลเซียใกล้กรุงกัวลาลัมเปอร์ นับเป็นอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับรถโดยสารนักท่องเที่ยวครั้งร้ายแรงที่สุดของมาเลเซีย
ตำรวจมาเลเซียให้ข้อมูลว่า รถบัสคันดังกล่าวกำลังมุ่งหน้ากลับกรุงกัวลาลัมเปอร์ เพื่อนำนักท่องเที่ยวไทยไปยังสนามบินเตรียมตัวกลับประเทศ ซึ่งถนนสายดังกล่าวมีความคดเคี้ยวไปตามเชิงเขา คนขับรถสูญเสียการควบคุมและชนเข้ากับเกาะกลางถนนก่อนที่จะพลิกคว่ำจนเกิดโศกนาฏกรรมครั้งรุนแรงขึ้น
“
จำนวนผู้เสียชีวิตล่าสุดที่เรายืนยันขณะนี้อยู่ที่ 28 คน เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ในจำนวนนี้ 3 คนเป็นชาวมาเลเซีย ซึ่งเป็นคนขับรถ พนักงานประจำรถ และมัคคุเทศก์ ส่วนที่เหลือเป็นนักท่องเที่ยวชาวไทย” ซากาเรีย ยูซอฟ รักษาการผู้บัญชาการตำรวจมาเลเซียกล่าวนอกจากนั้น ยังมีนักท่องเที่ยวไทยอีก 9 คนได้รับบาดเจ็บสาหัส และถูกส่งตัวไปรักษาอย่างเร่งด่วนตามโรงพยาบาลต่างๆ ใกล้เคียงกับพื้นที่เกิดเหตุ โดยผู้โดยสารทั้งหมดบนรถมรณะคันนี้มีอยู่ทั้งสิ้น 37 คน
รายงานระบุว่ารถบัสคันดังกล่าวนอนพลิกคว่ำอยู่บริเวณเชิงเขา ซึ่งเป็นหินใกล้ๆ กันนั้นมีร่างผู้เสียชีวิตนอนเรียงรายถูกคลุมด้วยพลาสติกสีดำ ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะนักท่องเที่ยวไทยชุดนี้ เดินทางมายังมาเลเซียเป็นแพ็กเกจทัวร์ โดยมีจุดหมายอยู่ที่คาเมรอนซึ่งจุดที่เกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้เกิดขึ้นบริเวณเส้นทางลงเขาใกล้จะถึงทางหลวงสายหลัก
ขณะเดียวกันทางด้านกระทรวงการต่างประเทศได้ยืนยันเหตุการณ์ดังกล่าวว่า เกิดขึ้นเวลาประมาณ 10.00 น. เมื่อวันที่ 20 ธ.ค. และจากการตรวจสอบเบื้องต้นของเจ้าหน้าที่ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ทราบว่ารถคันดังกล่าวมีนักท่องเที่ยวจำนวน 34 คน เป็นคนไทย 33 คน ชาวต่างชาติ 1 คน ซึ่งเสียชีวิตแล้ว 23 คน
อุบัติเหตุดังกล่าว เกิดขึ้นระหว่างคณะกำลังเดินทางออกจากสถานที่ท่องเที่ยว
“คาเมรอน ไฮแลนด์” เพื่อกลับเข้าประเทศไทย ส่วนรายละเอียดของเหตุการณ์รวมถึงรายชื่อผู้เสียชีวิตต้องรอการยืนยันก่อน โดยขณะนี้กรมการกงสุลกำลังประสานงาน และให้ความช่วยเหลืออย่างใกล้ชิด






