
‘อีซีบี’ทุ่มซื้อพันธบัตรหวังกู้ปัญหาวิกฤตหนี้
เอพีรายงานเมื่อวันที่ 14 ธ.ค. ว่า นับตั้งแต่วันที่ 610 ธ.ค.ที่ผ่านมา ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) รุกเข้าซื้อพันธบัตรจากรัฐบาลหลายประเทศ ที่มีภาวะไม่มั่นคงทางการเงิน ด้วยมูลค่ากว่า 2,667 ล้านยูโร ซึ่งถือเป็นการซื้อในระยะรอบสัปดาห์ที่มากที่สุดนับตั้งแต่เดือน ก.ค.
รายงานระบุว่า ตลาดส่วนหนึ่งเชื่อว่า การเข้าซื้อพันธบัตรของรัฐบาลประเทศต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นกรีซ ไอร์แลนด์ สเปน และโปรตุเกส ก็เพื่อสร้างเสถียรภาพในตลาดหนี้ของยุโรป
อย่างไรก็ตาม แม้การเข้าซื้อครั้งนี้จะค่อนข้างมากเมื่อเทียบกับที่ผ่านมา ทว่านักวิเคราะห์หลายคนมองว่า การเข้าแทรกแซงทางอีซีบียังคงน้อยเกินไป ไม่เพียงพอที่จะระงับความหวั่นวิตกของตลาด ที่กลัวว่าวิกฤตหนี้ยุโรปจะสร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับประเทศอื่นๆ อีก
“
ผมคาดว่าตลาดจะมองความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นด้วยความผิดหวังนิดน้อย นั่นช่วยได้เล็กน้อย แต่ไม่ได้เป็นท่าทีที่จะช่วยแก้วิกฤตได้” โจนาธาน ลอยเนส หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของแคปิตอล อีโคโนมิกส์ ในกรุงลอนดอน กล่าวก่อนหน้านี้ ฌอง คล็อด ทริเชต์ ประธานอีซีบี กล่าวไว้เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. ว่า อีซีบีจะเข้าซื้อพันธบัตรของรัฐบาลที่เป็นหนี้สูง หลังจากที่การช่วยเหลือของรัฐบาลไอร์แลนด์มูลค่ากว่า 6.75 หมื่นล้านยูโร ไม่สามารถระงับความหวั่นวิตก ที่เกรงกันว่าวิกฤตหนี้จะลุกลามบานปลาย จนทำให้รัฐบาลโปรตุเกสและสเปนต้องร้องขอความช่วยเหลือจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) และองค์กรอื่นๆ ตามรอยรัฐบาลกรีซและไอร์แลนด์อีก
หนำซ้ำเมื่อวันที่ 13 ธ.ค. ริชาร์ด สูลิก โฆษกของรัฐสภาสโลวาเกียออกมาโจมตี และเพิ่มชนวนความรุนแรงของวิกฤตหนี้ให้หนักหนามากขึ้นอีก โดยออกมาเผยว่า ประเทศสโลวาเกียพร้อมที่จะทิ้งเงินยูโร และกลับมาใช้สกุลเงินเดิมของตน ในกรณีที่วิกฤตหนี้บานปลายไปยังประเทศอื่นๆ อีก
แม้ว่าในเวลาไม่นาน มีการปฏิเสธความคิดเห็นดังกล่าวจากทางรัฐมนตรีคลังของสโลวาเกีย แต่ก็เป็นสัญญาณของความคิดเห็นที่ไม่ลงรอย ไม่เห็นด้วยกับการช่วยเหลือทางการเงินของประเทศสมาชิกที่ใช้เงินยูโร ที่กำลังประสบกับปัญหาวิกฤตหนี้อย่างมหาศาล รวมทั้งสะท้อนให้เห็นถึงความไม่มั่นคงของเสถียรภาพในกลุ่มประเทศยูโรโซนอีกด้วย







